ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์สำหรับเด็ก
บทเรียนคณิตฯ พื้นฐาน
แบบฝึกหัดคณิตฯ พื้นฐาน
บทเรียนคณิตฯ เพิ่มเติม
แบบฝึกหัดคณิตฯ เพิ่มเติม
แบบทดสอบหลังการเรียนรู้
ตะลุยโจทย์ยาก
รวมสูตรคณิตศาสตร์
สนุกคิดสะกิดเชาวน์
เกร็ดคณิตศาสตร์
พจนานุกรม
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกคณิตศาสตร์ | แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์พื้นฐาน

แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์พื้นฐาน
   

แบบฝึกทักษะเรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร ระคน (ชุดที่ 3)
 
ระดับชั้น : ป.2

จงหาคำตอบ
 

1.
     คำตอบ 
 

2.
     คำตอบ 
 

3.
     คำตอบ 
 

4.
     คำตอบ 
 

5.
     คำตอบ 
 

6.
     คำตอบ 
 

7.
     คำตอบ 
 

8.
     คำตอบ 
 

9.
ฮอร์โมนคืออะไร ?
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
ฮอร์โมนจากไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต

ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์

ฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์
ฮอร์โมนจากอวัยวะเพศ
ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล
ฮอร์โมนจากต่อมไทมัสและเนื้อเยื่ออื่นในร่างกาย
การควบคุมการทำงานของฮอร์โมน
ฟีโรโมน
ฮอร์โมนพืช

พืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้แต่ไม่ชัดเจนเท่าในสัตว์ เช่น การตอบสนองต่อแสงของปลายยอดพืช โดยการโค้งเข้าหาแสงนั้นก็ยังมีข้อสงสัยกันว่า เฉพาะแสงเท่านั้นหรือไม่ ที่ทำให้ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง

ปลายยอดที่ถูกตัดมีการตอบสนองต่อแสงสว่างแตกต่างกันมาก จากการศึกษาสรีระวิทยาของพืชโดยละเอียดต่อมา ทำให้ทราบว่าที่ปลายยอดของพืชสร้างสารเคมีบางชนิด ซึ่งมีสมบัติกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ การทำงานของสารนี้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าจากภายนอก เช่น แสง อุณหภูมิ เป็นต้น สารเคมีดังกล่าวเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่งผลของฮอร์โมนนี้เองที่ทำให้พืชเจริญเข้าหาแสงสว่าง หรือเจริญหนีจากแสงสว่าง

ปี ค.ศ.1926 ฟริตส์ เวนต์ (Frits Went) นักพฤกษศาสตร์ชาวเนเธอร์แลนด์ได้ทดลองตัดเยื่อหุ้มยอดอ่อน (<*36888*>coleoptile) ของต้นกล้าข้าวโอ๊ต นำไปวางบนวุ้นที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ สักครู่หนึ่งแล้วนำชิ้นวุ้นไปวางลงบนต้นกล้าอีกต้นหนึ่งที่ตัดเยื่อหุ้มยอดอ่อนออกไปแล้ว จากผลงานของเวนต์ และนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ ในเวลาต่อมา ทำให้ทราบว่าการเจริญที่ปลายยอดและปลายรากของพืชนั้นมีสารเคมีเป็นตัวควบคุม สารเคมีดังกล่าวคือ กรดอินโดลแอซีติก (indole acetic acid) เรียกย่อๆ ว่า IAA หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ออกซิน (<*33097*>auxin) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งของพืช โดยธรรมชาติพืชสามารถสร้างสารเคมีได้หลายชนิด สารเหล่านี้พืชจะสร้างในปริมาณไม่มากนัก และจะลำเลียงไปตามเนื้อเยื่อต่างๆ ของพืช เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ นักวิทยาศาสตร์เรียกสารที่พืชสร้างขึ้นมานี้ว่า ฮอร์โมนพืช (<*35551*>plant hormone) ซึ่งได้แก่ ออกซิน จิบเบอเรลลิน (<*35555*>gibberellin) ไซโตไคนิน (<*49323*>cytokinin) เอทิลิน (<*49324*>ethylene) และ กรดแอบไซซิค (<*49771*>abscisic acid)

ออกซิน เป็นฮอร์โมนที่พืชสร้างจากกลุ่มเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณ<*48608*>เนื้อเยื่อเจริญบริเวณยอดอ่อนและรากอ่อนและแพร่ไปยังเซลล์ส่วนอื่นที่ต้องการใช้ฮอร์โมนนี้ โดยจะไปกระตุ้นเซลล์ให้เจริญขยายขนาดขึ้นทำให้พืชเจริญเติบโต การทำงานของออกซินขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าต่างๆ เช่น แสง อุณหภูมิ แรงดึงดูดของโลก สิ่งสัมผัสอื่นๆ

การโค้งของเยื่อหุ้มยอดอ่อนของพืชเข้าหาแสงสว่าง เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าคือ แสง แสงจะกระตุ้นให้ออกซินแพร่กระจายจากเซลล์ด้านที่ถูกแสงไปยังเซลล์ด้านที่ถูกแสงน้อย ทำให้เซลล์ด้านนี้มีปริมาณของออกซินมาก ออกซินจะกระตุ้นเซลล์เยื่อหุ้มยอดอ่อนของพืชให้เจริญขยายตัวมากกว่าด้านที่ถูกแสงปลายยอดจึงเจริญโค้งเข้าหาแสง

แผนภาพแสดงการเขริญของยอดพืชโค้งเข้าหาแสง (จุดไข่ปลาแสดงการกระจายของฮอร์โมน)

ส่วนที่ปลายรากออกซินจะถูกสร้างขึ้นในปริมาณที่น้อยกว่าปลายยอด ออกซินที่ปลายรากยังคงเคลื่อนย้ายหนีแสง แต่การตอบสนองของเซลล์ที่ปลายรากจะตรงข้ามกับเซลล์บริเวณปลายยอด โดยเซลล์ด้านที่รับแสงน้อยจะมีออกซินสะสมอยู่มาก ปริมาณของออกซินนี้จะไปยับยั้งการเจริญของเซลล์ ขณะเดียวกันด้านที่รับแสงมากจะมีออกซินสะสมอยู่น้อยกว่า เซลล์จึงเจริญและขยายตัวได้มากกว่า เกิดการโค้งงอของปลายรากในลักษณะหนีแสง

ต่อมาได้มีผู้ทดลองเกี่ยวกับอิทธิพลของฮอร์โมนออกซินต่อการเจริญของตาข้าง โดยตัดยอดของพืชชนิดหนึ่งออก ในเวลาต่อมาพบว่าตาข้างของพืชจะแตกแขนงเป็นยอดออดมา แต่ถ้าตัดยอดแล้วนำวุ้นที่มีออกซินมาวางที่ปลายยอดที่ตัด พบว่า ตาข้างจะไม่เจริญ ซึ่งให้ผลเช่นเดียวกับต้นที่ไม่ตัดยอด

แสดงการทดลองตัดยอดของพืช
ก. ต้นที่เจริญตามปกติ
ข. ต้นที่ตัดยอดออก ตาข้างเจริญดี
ค. ต้นที่ตัดยอดออกแล้วนำชิ้นวุ้นที่มีออกซิเจนมาวางไว้

ปลายยอดนั้นจะสร้างออกซิน เมื่อตัดปลายยอดออกการสร้างออกซินจะน้อยลง จะทำให้ตาข้างเจริญ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาถึงความเข้มข้นของออกซินในระดับต่างๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของราก ตา และลำต้น

จะเห็นว่า ถ้าออกซินมีความเข้มข้นมากจะยับยั้งการเจริญของตา จากการศึกษาต่อมาพบว่า เมื่อปลายยอดสร้างออกซิน ออกซินจะถูกลำเลียงมาทางด้านล่าง และจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง และเมื่อยอดถูกตัดออกไป ตาข้างจึงจะเจริญได้ดีและเมื่อตาข้างเจริญเป็นยอดก็จะสร้างออกซินได้อีก และจะลำเลียงไปยับยั้งการเจริญของตาข้างที่อยู่ด้านล่างถัดลงมา

แสดงต้นพืชในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ที่มีไซโทไคนิน

นอกจากนี้ยังพบว่า ออกซินยังมีบทบาทสำคัญต่อสรีรวิทยาหลายอย่างของพืช เช่น การเจริญเป็นผลโดยที่เซลล์ไข่ภายในรังไข่ไม่ได้รับการผสม ทำให้ได้ผลไม้ที่ไม่มีเมล็ด การชะลอการหลุดร่วงของใบ การเจริญของตาข้างเมื่อตัดยอดพืชทำให้ต้นไม้เจริญทางด้านข้างเป็นพุ่ม นอกจากนี้ออกซินยังควบคุมการออกดอกของพืชบางชนิดด้วย ออกซินนอกจากจะมีผลในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชแล้ว ยังพบว่า ถ้ามีออกซินมากเกินไปจะมีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชได้เช่นกัน

ปัจจุบัน มีการศึกษาเกี่ยวกับออกซินกันอย่างกว้างขวาง และพบว่า สารออกซินชนิดแรกที่ค้นพบ คือ IAA ซึ่งเป็นสารที่พืชสร้างขึ้นเอง และสามารถสังเคราะห์สารต่างๆ ที่คล้ายออกซิน เพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตร ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น IBA (indole butyric acid) NAA (naphthalene acetic acid) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเร่งรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ ช่วยในการเปลี่ยนเพศของดอกไม้บางชนิด ช่วยให้ติดขนได้มากขึ้น ป้องกันการร่วงของผล

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
(1) ต้นข้าวที่ได้รับจิบเบอเรลลิน เหมือนกลุ่มควบคุม
(2) ต้นข้าวที่ไม่ได้รับจิบเบอเรลลิน
จิบเบอเรลลิน เป็นฮอร์โมนพืชอีกกลุ่มหนึ่งมีสมบัติในการกระตุ้นการเจริญของเซลล์ตรงช่องระหว่างข้อทำให้ต้นไม้สูง ถ้าพืชขาดจิบเบอเรลลินก็จะทำให้ลำต้นเตี้ยแคระ ปัจจุบันมีการสังเคราะห์สารเคมีที่มีสมบัติยับยั้งการสร้างจิบเบอเรลลินในพืชทำให้ต้นไม้แคระแกรน เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมการทำไม้ประดับ นอกจากนั้นจิบเบอเรลลิน ยังมีหน้าที่ด้านอื่นอีกคือ กระตุ้นการงอกของเมล็ดและตา เพิ่มการติดตา เพิ่มการเกิดดอก ช่วยเปลี่ยนดอกตัวผู้ให้เป็นดอกตัวเมียในพืชตระกูลแตง ช่วยยืดช่อผลและปรับปรุงคุณภาพผลขององุ่น เป็นต้น

ไซโทไคนิน เป็นฮอร์โมนพืชที่มีสมบัติในการกระตุ้นการแบ่งเซลล์และการเจริญเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ได้มีการทดลองเลี้ยงเนื้อเยื่อในสูตรอาหารที่มีออกซิเจนร่วมอยู่ด้วย พบว่า พืชจะเจริญเติบโตได้ในระยะหนึ่งต่อมาพืชจะชะงักการเติบโต แต่เมื่อใส่น้ำมะพร้าวหรือสารละลายที่สกัดจากยีสต์ลงไปในสูตรอาหารดังกล่าวด้วย ปรากฏว่า พืชเจริญเติบโตต่อไป จึงสันนิษฐานว่า สารบางอย่างในน้ำมะพร้าวหรือสารสกัดได้จากยีสต์มีสมบัติกระตุ้นการเจริญเติบโต จากการศึกษาต่อๆ มาจึงพบสารเคมีหลายชนิดในน้ำมะพร้าวและสารที่สกัดจากยีสต์มีสมบัติกระตุ้นการแบ่งเซลล์เรียกกลุ่มเซลล์นี้ว่า ไซโทไคนิน ซึ่งพบในพืชอื่นๆ ด้วย ปัจจุบันไวโทไคนินเป็นสารที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช โดยจะกระตุ้นให้เกิดหน่อใหม่ และยังได้มีการริเริ่มนำไซโทไคนินไปใช้ในงานเกษตรด้านอื่นด้วย เช่น กระตุ้นการเจริญของกิ่งแขนง ชะลอการแก่ของผลไม้หลายชนิด

นอกจากนี้เอทิลีนยังมีผลอีกหลายอย่างในพืช เช่น ช่วยกระตุ้นการออกดอกของพืชพวกสับปะรด กระตุ้นการหลุดร่วงของใบไม้ และการผลัดใบตามฤดูกาล เร่งการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด โดยทำลายการพักตัวของ<*47886*>เมล็ด เร่งการไหลของน้ำยางพารา เพิ่มปริมาณน้ำยางมะละกอเพื่อการผลิตปาเปน เป็นต้น แต่ถ้าพืชสร้างหรือได้รับเอทิลีนมากเกินไปในบางช่วงของการเจริญเติบโตก็อาจเกิดผลเสียได้

กรดแอบไซซิค เป็นฮอร์โมนพืชที่มีการสังเคราะห์ขึ้นในพืชทุกชนิด แหล่งที่พบคือ ในใบที่แก่จัด ในผลและในรากบริเวณหมวกราก ฮอร์โมนนี้มีสมบัติกระตุ้นการหลุดร่วงของใบและผลที่แก่จัด นอกจากนี้ยังยั้บยั้งการเจริญและการยืดตัวของเซลล์บริเวณตาจึงทำให้ตาไม่เจริญ กรดแอบไซซิคจะพบมากในระยะที่พืชขาดน้ำจนใบเหี่ยว โดยกระแอบไซซิคจะลดลงการทำงานของปากใบก็จะกลับสู่สภาพปกติ นอกจากนี้ยังมีสมบัติกระตุ้นการพักตัวของพืชด้วย พบว่า เมล็ดพืชที่อยู่ในระยะพักตัวจะมีสารนี้ในปริมาณสูง

จะเห็นว่า ฮอร์โมนและฟีโรโมนนับเป็นสารสำคัญอย่างยิ่งต่อสรีระวิทยาของทั้งสัตว์และพืช ซึ่งทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ในร่างกาย ทำให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติ


     คำตอบ 
 

10.
     คำตอบ 
 
 
           
 
 
 
 
ที่มาข้อมูล : www.myfirstbrain.com
จำนวนคนอ่าน 742 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved