ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หมายเหตุ

หมายเหตุ
   

ป้ายนิเทศแหล่งเรียนรู้อันมีคุณค่า (ตอนที่ 2)
 
เมื่อเวลามีเหลืออยู่น้อย เราจะมีวิธีการอย่างไรให้สิ่งที่เราทำใช้เวลาน้อยแต่ได้ผลคุ้มค่ามากที่สุด ถ้าครูท่านอื่นๆ ที่ไม่เก่งงานด้านศิลปะลองมาฝึกตามเทคนิคต่อไปนี้ ผู้เขียนแน่ใจว่า หลายคนคงไม่ต้องหนักใจ และไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใครอีกต่อไป สิ่งที่กล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเทคนิคที่ครูสามารถจะไปดัดแปลงใช้กับกิจกรรมฝึกนักเรียนในระดับประถมให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจนเกิดการพัฒนาการเรียนรู้ทางศิลปะและความคิดรวมยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และช่วยประหยัดเวลาในการทำงานอีกด้วย

เทคนิคที่ 1 เทคนิคการพับครึ่งแล้วตัด เป็นเทคนิคการพับครึ่งกระดาษแล้วตัด จะได้ภาพ 1 ภาพที่สมมาตรกัน คือ มีรูปร่างเหมือนและเท่ากันทั้งซ้ายและขวา ดังตัวอย่าง


เทคนิคที่ 2 เทคนิคที่พับแล้วตัดให้เกิดภาพต่อเนื่อง เป็นเทคนิคที่วิธีการพับกลับไปกลับมาแบบพับพัดความกว้างของส่วนที่พับเท่ากับครึ่งหนึ่งของขนาดที่ต้องการ เมื่อตัดแล้วกางออกจะได้ภาพที่ต้องการยาวต่อกันถ้าต้องการขนาดของชิ้นงานที่ยาวขึ้นก็สามารถนำมาต่อกันได้ ดังตัวอย่าง


เทคนิคที่ 3 เทคนิคการพับแล้วตัดรูปดอกไม้ เป็นเทคนิคที่มีการพับแตกต่างจากเทคนิคที่ 1 และ 2 เริ่มต้นด้วยการตัดกระดาษให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ต่อจากนั้นพับครึ่งในลักษณะทแยงมุมจะได้รูปทรงสามเหลี่ยมต่อจากนั้นพับทบครึ่งรูปทรงสามเหลี่ยมจะได้รูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีขนาดเล็กลงแต่มีความหนา 4 ชั้น ต่อจากนั้นเขียนรูปกลีบดอกไม้แล้วตัด คลี่ออกให้ได้รูปดอกไม่มีสี่กลีบ ดังตัวอย่าง


หากต้องการให้มีกลีบดอกมากขึ้นหรือลักษณะที่แปลกออกไปก็เพิ่มการพับให้เขียนกลีบดอกให้มากขึ้น และการใช้ดินสอสีระบายเน้นน้ำหนักแสง-เงา เพื่อให้ดูมีมิติเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับงาน

เทคนิคที่ 4 เทคนิคการพับแล้วตัดฉลุ ใช้วิธีการพับเช่นเดียวกับวิธีที่ 3 คือ ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ต่อจากนั้นพับกลางในลักษณะทแยงมุม จากนั้นพับทบครึ่งครั้งที่ 1 พับทบครึ่งครั้งที่ 2 จากนั้นเขียนลายตามขอบตามมุมแล้วตัด เมื่อคลี่ออกจะได้ลายฉลุที่สวยงาม

เทคนิคที่ 5 เทคนิคการพับครึ่งแล้วตัดแบบมีมิติ เป็นเทคนิคที่มีการพับครึ่งกระดาษต่อจากนั้นร่างภาพที่ต้องการแล้วตัด จะได้ภาพ 1 ภาพที่สมมาตรกัน คือ มีรูปร่างที่เหมือนกันและเท่ากันทั้งซ้ายและขวา ต่อจากนั้นใช้วัตถุปลายแหลมแต่ไม่คมกรีดลงไปบนชิ้นงานบริเวณที่เราต้องการพับ เมื่อพับตามรอยกรีดจะได้ชิ้นงานที่มิติเพิ่มขึ้น วิธีนี้สามารดัดแปลงไปใช้ในการทำหัวละคร สวนสัตย์ โมบาย และของเล่นของใช้มากมาย ดังตัวอย่าง


เทคนิคที่ 6 เทคนิคการกรีดนูน เป็นเทคนิคที่กระทำหลังจากการตัดกระดาษเป็นรูปร่างที่เราต้องการแล้วใช้วัตถุปลายแหลมแต่ไม่คมกรีดลากไปตามส่วนที่ต้องการพับด้านหลังชิ้นงาน เพื่อให้เกิดรอยนูนด้านหน้า วิธีนี้เมื่อนำชิ้นส่วนที่เสร็จแล้วไปประกอบการจัดบอร์ด หรือทำบัตรอวยพรก็จะช่วยให้ผลงานเกิดมิติยิ่งขึ้น แต่กระดาษที่นำมาประดิษฐ์ต้องเป็นกระดาษที่มีความหนากว่ากระดาษในโปสเตอร์ธรรมดา และควรเป็นกระดาษที่มีคุณภาพดีมีความเหนียว เมื่อกรีดลงไปแล้วจะได้รอยนูนชัดเจน และไม่ชำรุดเสียหาย เช่น กระดาษแควนสันดังตัวอย่าง


เทคนิคที่กล่าวมาเราสามารนำมาใช้ประสมประสานจะช่วยประหยัดเวลาของเรามากทีเดียว งานบางชิ้นเราสามารถนำไปใช้ในการสร้างสื่อประกอบการเรียนวิชาต่างๆ ได้ เช่น ในชั่วโมงศิลปะสอนทำหน้ากาก ทำหมวกเป็นหัวสัตว์รูปต่างๆ เมื่อเสร็จแล้วก็นำเอาผลงานนั้นมาใช้ในการเรียนวิชาอื่นๆ ได้ เช่น ใช้แสดงประกอบนิทานในชั่วโมงภาษาไทย หรือใช้ในการแสดงวิชาดนตรีนาฏศิลป์ การแสดงละครบนเวที เป็นการจัดการเรียนการสอนให้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงหรือบูรณาการให้มีทั้งในกลุ่มสาระการเรียนรู้ และระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้มากที่สุดเมื่อได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ แล้ว เรามาลองดูว่าเราจะจัดป้ายนิเทศที่มีคุณค่าได้อย่างไร ผู้เขียนขอเสนอตัวอย่างขั้นตอนการจัดป้ายนิเทศเพื่อใช้ในโอกาสวันครู หรือวันไหว้ครูที่สื่อถึงความเคารพของนักเรียนที่มีต่อครูผู้ให้การอบรมสั่งสอนให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกที่ดีงามต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็น “ครูของแผ่นดิน”
ขั้นตอนมีดังนี้

  1. กำหนดวัตถุประสงค์ของป้ายนิเทศ คือ ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจความหมายของคำว่า “ครู” ความสำคัญของ “วันครู” และวัฒนธรรมอันดีงามและความเชื่อของสังคมไทยที่ว่า “ศิษย์ต้องมีครู” ศิษย์ต้องกราบไหว้ครูเพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญงอกงามของชีวิต

  2. กำหนดหัวข้อ (topic) ของป้ายนิเทศ ในที่นี้มีชื่อว่า “สำนึกในพระคุณครู” เพื่อให้นักเรียนระลึกถึงพระคุณของครูที่ได้สั่งสอนอบรมมาด้วยความเหนื่อยยาก

  3. จัดหาภาพประกอบ ที่สามารถสื่อความหมายตามที่ต้องการในข้อที่ 2 ดังนี้

      • ภาพโต๊ะหมู่บูชาซึ่งประกอบด้วยหัวโขนซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นครู “หัวครู” ซึ่งต้องทำพิธีกราบไหว้เพื่อขอมอบเป็นศิษย์ ซึ่งเรียกว่า “พิธีครอบครู”

      • พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กำลังพระราชทานการอรรถาธิบายวิธีตรวจวิเคราะห์สภาพดินบริเวณหน้าอาคารเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า และโครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ บ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แก่นักเรียนวังไกลกังวล หัวหิน

      • พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ได้รับทุนการศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศเข้าเฝ้าก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อ

      • ภาพบรรยายพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์

      • ภาพพวงมาลัย ดอกไม้ เป็นเครื่องสักการะที่ศิษย์ใช้บูชาครู

  4. จัดทำตัวอักษร อาจเขียนด้วยมือหรือคอมพิวเตอร์ช่วย เลือกใช้ตัวอักษรแบบไทยที่มีความอ่อนช้อยแต่สง่างาม

  5. จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ฟิวเจอร์บอร์ด กระดาษโปสเตอร์แข็ง กระดาษโปสเตอร์อ่อน ริบบินสีทอง พลาสติกใส กระดาษวาดเขียนสำหรับนำมาพับตัด หรือกรีดเพื่อทำวัสดุตกแต่งขอบและมุมป้ายนิเทศ

  6. จัดวาง (lay out) ป้ายนิเทศ ให้หัวข้อป้ายนิเทศอยู่ข้างบนสุด จัดวางรูปภาพเรียงลำดับสูงต่ำตามความสำคัญ โดยให้มีช่องว่างระหว่างภาพเพื่อจะได้สามารถนำวัสดุตกแต่งมาประกอบให้ป้ายนิเทศมีความสวยงาม โดดเด่นยิ่งขึ้น

  7. หุ้มป้ายนิเทศด้วยพลาสติกใสเพื่อความคงทนและทำความสะอาดง่าย
    ขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมา แม้ว่าจะเป็นสิ่งเก่าๆ ที่เราเคยพบเห็นแต่การฝึกทำให้เป็นขั้นตอนก็จะช่วยให้เรามีทักษะในการทำงาน การจัดป้ายนิเทศนอกจากจะให้ความเพลิดเพลินในขณะทำงาน ความภาคภูมิใจในการสร้างงานด้วนตัวเราเองแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศในห้องเรียนด้วยงานศิลปะอีกด้วย โดยเฉพาะห้องเรียนสำหรับเด็กเล็ก สีสันที่สดใสจะช่วยทำให้ห้องเรียนดูน่าสนุกมีชีวิตชีวา จิตใจเกิดความเบิกบาน ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความสุข
ย้อนกลับ

จำนวนคนอ่าน 30487 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved