ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
หลักภาษาไทย
แบบทดสอบภาษาไทย
ร้อยแก้ว
ร้อยกรอง
วรรณคดีไทย
บทอาขยาน
คำสับสน
สำนวน / สุภาษิต
คำราชาศัพท์์์
คำย่อ
ภาษาไทยใกล้ตัว
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกภาษาไทย | ภาษาไทยใกล้ตัว

ภาษาไทยใกล้ตัว
   

ร่ายยาว
 
 
 หลักภาษาไทย ของพระยาอุปกิตศิลปสาร ระบุไว้ว่า ร่ายยาว คือร่ายที่นิยมสัมผัสส่งท้ายวรรคและ
 รับต้น วรรคคำใดๆ ก็ได ้เป็นสัมผัสเชื่อมกันไปเช่นนี้จนจบ ส่วนวรรณยุกต์ เช่น เอกรับเอก
 โทรับโท ฯลฯ นั้นก็นิยมด้วย แต่ไม่เคร่งครัดอย่างร่ายอื่นๆ

ร่ายยาว มีลักษณะคล้ายคลึงกับร่ายโบราณมาก ต่างแต่ร่ายโบราณนั้นแต่งเข้ากับโคลงสุภาพทั้งหลายที่มีกำหนดคำในวรรคหนึ่งๆ ไว้ชัดเจน และมีสัมผัสวรรณยุกต์ถูกต้องดังแผนที่วางไว้

ขณะที่ร่ายยาวเป็นคำกานท์ ซึ่งใช้ร้องและแต่งเป็นคำสวดเรื่องต่างๆ เพื่ออ่านสู่กันฟัง อย่างคำร้องเพลงหรือคำกล่อมลูก เป็นต้น คำในร่ายยาวนั้น วรรคหนึ่งๆ จะใช้ 5 - 6 คำ หรือ 6 -7 คำ หรือมากกว่านั้น แล้วแต่จะเหมาะ แม้สัมผัสก็ไม่เที่ยง จะรับที่ไหนก็ได้แต่ให้ห่างสัมผัสส่งต่อไปยิ่งมากยิ่งดี แต่ส่งกับรับจะเป็นคำร่วมกันไม่ได้ นามประตู นามเมือง นามขุนนางที่เป็นชุดกัน หรือแม้จนพระปรมาภิไธยพระเจ้าแผ่นดิน ก็ผูกให้คล้ายกัน เป็นแบบร่ายยาวนี้เป็นพื้นว่าแล้วลองดูตัวอย่าง

เริ่มจากนามประตู "วิเศษชัยศรี มณีนพรัตน์ สวัสดิโสภา เทวาพิทักษ์" หรือไม่ใกล้ไม่ไกล

ชื่อเมืองหลวง "กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยา มหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"

ส่วนนามขุนนางที่วางเป็นชุดกัน เช่น "ประกอบวุฒิศาสน์ ประกาศวุฒิสาร ประการวุฒิสิทธิ์ ประกิตวุฒิสนธิ์"

ร่ายยาวที่แต่งเป็นเรื่องใหญ่คือ "ร่ายยาวมหาชาติ ๑๓ กัณฑ์" ที่พระท่านเทศน์อยู่ทุกวันนี้

ข้อสำคัญของการประพันธ์ร่ายยาวไม่ได้อยู่ที่ข้อบังคับตามแผนที่ว่าไว้ แต่อยู่ที่ใช้สัมผัสอักษรใช้ถ้อยคำให้เหมาะแก่เนื้อเรื่อง เช่น โศก เศร้า โกรธ และเหมาะแก่ฐานบุคคลในเรื่อง ซึ่งเป็นศิลปะการประพันธ์อีกแผนกหนึ่ง ดังนั้น ถ้าจะร่ายยาวใครก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เวลาจะร่ายต้องมีสัมผัสด้วย

    คณะ

  • ไม่จำกัดจำนวนของคำ จะใช้มากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ไม่ควรจะมีน้อยกว่า ๕ คำ


  • สัมผัส

  • คำสุดท้ายของวรรคหน้าต้องสัมผัสกับคำใดคำหนึ่งของวรรคต่อๆ ไปโดยไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นคำไหน แต่ไม่ควรอยู่ใกล้กับคำสุดท้ายของวรรค


  • เอกโท

  • คำสุดท้ายของวรรคหน้าต้องสัมผัสกับคำใดคำหนึ่งของวรรคต่อๆ ไปโดยไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นคำไหน แต่ไม่ควรอยู่ใกล้กับคำสุดท้ายของวรรค
การแต่งร่ายยาวจะต้องรู้จักเลือกใช้ถ้อยคำและสัมผัสใน ให้มีเสียงจังหวะรับส่งกันให้สละสลวย เมื่ออ่านแล้วทําให้ผู้ฟังมีความรู้สึกมีคลื่นเสียงเป็นจังหวะๆ อย่างที่เรียกกันว่า "เสียงดิ้น" หรือ "เสียงมีชีวิต" และจำนวนคำที่ใช้ในแต่ละวรรคก็ไม่ควรที่จะให้ยาวกว่าการหายใจครั้งหนึ่งๆ คือควรให้อ่านได้ตลอดวรรคแล้วจึงหยุดหายใจได้โดยที่ไม่ขาดจังหวะ ดังจะหาดูได้จาก หนังสือเวสสันดรชาดก

ร่ายยาวนี้มักนิยมใช้แต่งเทศน์หรือบทสวดที่ต้องใช้ว่าเป็นทำนอง เช่น เทศน์มหาชาติ และเทศน์ธรรมวัตร เป็นต้น เมื่อจบความตอนหนึ่งๆ มักจะลงท้ายด้วยคำว่า นั้นแล,นั้นเถิด,นี้แล,ฉะนี้แล,ด้วยประการละฉะนี้

คำ "นั้นแล" นิยมใช้เมื่อสุดกระแสความตอนหนึ่งๆ หรือจบเรื่อง เมื่อลง "นั้นแล" ครั้งหนึ่ง เรียกว่า "แหล่" ซึ่งเรียกย่อมาจากคำว่า "นั้นแล" นั่นเอง เพราะเวลาจบทำนองจะได้ยินเสียง "นั้นแล" เป็น "นั้นแหล่"
ที่มาข้อมูล : http://www.praphansarn.com
จำนวนคนอ่าน 19211 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved