ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์
สีสันวิทยาศาสตร์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้
   

จริงหรือ.. สมุนไพรย้อมผมได้
 

การที่เส้นผมเปลี่ยนจากสีเดิมกลายเป็นสีขาว หรือที่เรียกทั่วไปว่า "ผมหงอก" นั้นเป็นความผิดปกติที่เกิดจากเซลล์หนังศีรษะผลิตเม็ดสีได้น้อยลง สาเหตุอาจเกิดจากความเครียด หรือความเจ็บป่วยของร่างกาย เมื่อสาเหตุนี้ได้รับการแก้ไข เส้นผมจะสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมได้ แต่กรณีผมหงอกในผู้สูงอายุ ไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ผมหงอกจะเริ่มปรากฏเมื่ออายุประมาณ 30-40 ปี และมีปริมาณมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ผมหงอกที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุนั้น ไม่สามารถทำให้กลับมาเป็นสีเดิมได้ นอกจากมีการย้อมสีผม
การแก้ไขส่วนใหญ่จึงต้องย้อมผม เพื่อปกปิดผมหงอก เหตุผลความจำเป็นและจุดประสงค์หลัก เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง เนื่องจากหน้าที่การงาน การพบปะผู้คน การย้อมผมจะเริ่มทำตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 60 ปีเป็นอย่างน้อย ดังนั้นระยะเวลาที่ต้องสัมผัสกับน้ำยาย้อมผมจึงมีมากกว่า 10 ปีขึ้นไป การเลือกใช้น้ำยาย้อมผมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ควรคำนึงถึง ปัจจุบันสารให้สีในน้ำยาย้อมผมที่สามารถปกปิดผมหงอกหาซื้อได้ง่าย และสะดวก

สารเคมีในยาย้อมผมนั้นเป็นสารเคมีที่ได้จากการสังเคราะห์ ซึ่งได้แก่ สารกลุ่ม phrnylenediamine aminophenol และ resorcinol ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ ในรายที่มีการแพ้สารเคมีเหล่านี้ จะมีอาการคันศีรษะ คันหน้าผาก ตาบวมทั้งสองข้าง มีผื่นขึ้นเต็มตัว อาจจะมีน้ำเหลืองไหลออกมาจากผื่นด้วย ถ้าแพ้มากอาจจะทำให้หายใจได้ลำบาก

ตามประกาศของกระทรวงสาธารณะสุข ที่ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ได้จัดให้ยาย้อมผม ในเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ และได้กำหนดปริมาณการใช้สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบ

และจากกระแสรักษ์สุขภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี การย้อมผมด้วยพืชสมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งการใช้ยังไม่แพร่หลาย เนื่องจากวิธีการยุ่งยากและใช้เวลาในการย้อมนานกว่าการย้อมด้วยสารเคมี

เฮนนาเป็นสมุนไพรเขตร้อนที่ชาวอินเดียรู้จักและนำมาใช้ย้อมผม หรือใช้ระบายสี ตกแต่งร่างกายมานานหลายพันปีแล้ว ในประเทศไทยมีการนำเอาเทียนกิ่งซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้ในการย้อมผมนานแล้ว แต่ไม่ค่อยแพร่หลาย ส่วนมากนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เทียนกิ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lawsonia inermis Linn. บางทีเรียกว่า เทียนขาว เทียนแดง เทียนย้อม โดยมีสารให้สีที่ใช้ย้อมผมแล้วให้สีน้ำตาลแดง หรือส้มแดง เนื่องจากในใบของเทียนกิ่งมีสารลอโซน (lawsone) ประมาณร้อยละ 2-4 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศและภูมิประเทศ ลอโซนสามารถจับกับเคราตินของเส้นผมได้ โดยส่วนใหญ่จะเคลือบอยู่บนเส้นผม จึงไม่ทำลายโครงสร้างของเส้นผม

ลักษณะของเทียนกิ่ง

ส่วนของต้นเทียนกิ่งที่นำมาใช้ย้อมผม ได้แก่ ใบ กิ่ง และก้าน โดยนำมาล้างให้สะอาดและตากแห้ง แล้วบดละเอียดก่อนนำมาย้อม ต้องผสมกับน้ำแล้วให้ให้มีสภาวะเป็นกรด และมีลักษณะเป็นโคลน จากนั้นจึงพอกบนเส้นผมแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง จะทำให้เส้นผมสีขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงหรือแดงปนส้ม

การย้อมผมด้วยพืชสมุนไพรพื้นบ้านเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมานาน จึงสมควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการนำสมุนไพรเทียนกิ่ง มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค จากการที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้มีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรย้อมผม (มผช.1184/2549) โดยให้ความหมายของผลิตภัณฑ์สมุนไพรว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรเทียนกิ่ง หรือที่เรียกว่า สมุนไพรเฮนนาเป็นส่วนประกอบหลัก และอาจเติมสารประกอบอื่น เช่น ผงกาแฟ การพลูป่น น้ำดอกอัญชัน น้ำชา น้าซาวข้าว น้ำส้มไซเดอร์ ใช้ย้อมเส้นผมเพื่อเปลี่ยนสี และสารที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณะสุข ที่ออกตามประราชบัญญัติเครื่องสำอาง

ฉบับที่มีการประกาศใช้ และได้กำหนดคุณลักษณะสำคัญที่ต้องการของผลิตภัณฑ์ คือ ต้องมีความเป็นกรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 5.0-7.0 และจำนวนแบคทีเรีย ยีสต์ และราทั้งหมอต้องไม่เกิน 1×104 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1 กรัม ดังนั้นในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรย้อมผม จึงควรคำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นสิ่งแรก เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี ปลอดภัยและมีสารตามที่ต้องการ

พิศมัย เลิศวัฒนะพงษ์ชัย
จิตต์เรขา ทองมณี

ที่มาข้อมูล : สำนักเทคโนโลยีชุมชน กรมวิทยาศาสตร์บริการ
www.dss.go.th
จำนวนคนอ่าน 6521 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved