ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
หลักภาษาไทย
แบบทดสอบภาษาไทย
ร้อยแก้ว
ร้อยกรอง
วรรณคดีไทย
บทอาขยาน
คำสับสน
สำนวน / สุภาษิต
คำราชาศัพท์์์
คำย่อ
ภาษาไทยใกล้ตัว
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกภาษาไทย | ร้อยกรอง

ร้อยกรอง
   

นิทานคำกลอน เรื่อง โคบุตร (ตอน 7 หน้า 2)
 
 
ตอนที่ 7
นกขุนทองถือหนังสือถวายนางอำพันมาลา (ต่อ)
     
  ๏ นางเยี่ยมแกลแลดูจนลับเนตร พูนเทวษพิศวงด้วยสงสาร
  ไม่เล่นด้วยสาวสนมพนักงาน อาลัยลานถึงคุณพ่อสา่ลิกาฯ
 
  ๏ ฝ่ายขุนทองบินถลามาถึงสวน พลางสำรวลพูดจ้อคุณพ่อจ๋า
  จูบขุนทองลองรสสุคนธา สาลิกาเจ้าก็เต้นขึ้นเพลาพลันฯ
 
  ๏ พระโคบุตรสุดสวาทด้วยนกพลอด พระกรกอดสาลิกาแล้วรับขวัญ
  หอมระรื่นชื่นใจกระแจะจันทน์ เกษมสันต์แจ้งความว่าทรามเชย
  จึงยิ้มเยื้อนเอื้อนถามไปตามเล่ห์ สมคะเนแล้วหรือเจ้าสาลิกาเอ๋ย
  ใครทาแป้งแต่งตัวให้ทรามเชย เจ้าข้าเอ๋ยหอมหวนรัญจวนใจฯ
 
  ๏ ขุนทองฟังเจ้าพ่อหัวร่อร่า ลูกอาสาพระองค์ก็คงได้
  แล้วเล่าเรื่องกล่าวโฉมประโลมใจ งามวิไลล้ำนางสำอางตา
  ถึงนางในไกรลาสว่างามล้ำ ไม่งามขำเหมือนเจ้าแม่ของปักษา
  จะเปรียบกรอ่อนดังงวงไอยรา จะดูสองนัยนาดังนิลแนม
  เปรียบขนงเหมือนหนึ่งวงธนูน้าว ทั้งสองเต้าตั้งเต่งเปล่งแฉล้ม
  ดังสัตตบุษย์ผุดปริ่มคงคาแวม ทั้งสองแก้มเปรียบอย่างมะปรางทอง
  เหมือนเจ้าพ่อพอสมเป็นคู่ชื่น อันชายอื่นแล้วไม่มีเสมอสอง
  ทั้งสมบัติพัสถานก็เนืองนอง ดุจทองแกมแก้วประกอบกันฯ
 
  ๏ พระฟังนกยกโฉมให้ปั่นป่วน ทรงพระสรวลสาลิกาแล้วรับขวัญ
  พระฟังพลอดเพลิดเพลินเจริญครัน ถ้าแม่นมั่นเหมือนเล่าเจ้าขุนทอง
  เอานกแอบแนบชมอารมณ์ชื่น หอมระรื่นพระยิ่งให้อาลัยหมอง
  เย็นพยับอับฟ้าน้ำตานอง พระตรึกตรองถึงแก้วตายิ่งอาวรณ์
  ชวนอรุณขุนทองขึ้นแท่นรัตน์ สองกษัตริย์บรรทมเหนือบรรจถรณ์
  พระโคบุตรสุริยาพะงางอน อนาถนอนนิ่งนึกถึงเทวี
  โอ้อำพันขวัญใจวิไลลักษณ์ จะประจักษ์หรือว่าเรียมอยู่สวนศรี
  นกมาเล่าเหมือนหนึ่งเจ้าจะปรานี รุ่งพรุ่งนี้จะให้อ่านสารแสดง
  ให้ขวัญเมืองรู้เรื่องว่าเรียมรัก แจ้งประจักษ์ตื้นลึกไม่นึกแหนง
  ยิ่งกลัดกลุ้มรุ่มร้อนดังเพลิงแรง แต่พลิกแพลงปลาบปลื้มไม่ลืมคิด
  จะใกล้หลับคลับคล้ายเหมือนสายสวาท มาร่วมอาสน์อิงแอบแนบสนิท
  พระหัตถ์สอดกอดน้องประคองคิด แล้วจุมพิตเชยปรางทางสุนทร
  นิจจาเจ้าเยาวลักษณ์วิไลโฉม งามประโลมล้ำเทพอักษร
  อรุณฟื้นตื่นปลุกพระภูธร ละเมอนอนเล้าโลมประหลาดครัน
  พระรู้สึกนึกเขินเมินหน้านิ่ง ยิ่งคิดยิ่งสร้อยเศร้าถึงสาวสวรรค์
  ไม่หลับไหลด้วยพระทัยนั้นผูกพันธ์ จนไก่ขันจวนรุ่งน้ำค้างโปรย
  หอมจำปาดอกลำดวนในสวนหลวง เรณูร่วงหอมหวนรัญจวนโหย
  รื่นรื่นชื่นอารมณ์เมื่อลมโชย พระพายโรยพัดเฉื่อยระเรื่อยมา
  สุริยงทรงราชรถเร่ง ขึ้นปลั่งเปล่งหมดเมฆในเวหา
  พระตื่นขึ้นสรงพักตร์แลกายา แล้วจารึกสาราเป็นความใน
  ด้วยยอดตองรองเขียนประดิษฐ์คิด ตามจริตแรกเริ่มจะรักใคร่
  สลักหลังสั่งซ้ำประจำไป พระมอบให้สาลิกาแล้วพาที
  พระสั่งนอกบอกว่าโศกานัก แล้วลูกรักอยู่บรรทมกับโฉมศรี
  อย่าปิดแกลนิทราเมื่อราตรี พอเขาตีฆ้องยามจะตามไป
  ขุนทองกราบคาบตองจำลองสาร บินทะยานจากสวนพฤกษาไสว
  ลงจับกร่างข้างแกลปราสาทชัย หนังสือพิงกิ่งไม้ไว้ดิบดี
  แล้วขุนทองร้องเรียกคุณแม่จ๋า เจ้าแม่มามารับเจ้าปักษี
  นางฟังแจ้วแว่วเสียงสกุณี นางเทวีวิ่งผวามาหน้าแกล
  ขุนทองเห็นยกปีกเคารพรับ ขุนทองกลับมาแล้วจ๊ะพระเจ้าแม่
  สาลิกาถาทะยานจับบานแกล ไหนเจ้าแม่จะให้ข้าวกับไข่กิน
  นางกอดแก้วสาลิกาแล้วกล่าวถ้อย ให้กล้วยหน่อยข้าวกับไข่เหมือนใจถวิล
  เอาใส่จานทองคลุกน้ำผึ้งริน ขุนทองกินทางพลอดฉะฉอดไป
  ลูกประสบพบสองเจ้าพ่อแล้ว เธอจูบแก้วสาลิกาเป็นไหนไหน
  ว่าหอมกลิ่นบุปผาสุมาลัย ถามว่าใครให้แป้งมาแต่งทา
  ฉันไม่บอกออกความว่าเจ้าแม่ ลูกปดแก้ว่าไปเกลือกกลีบบุปผา
  ทั้งสององค์หลงเชื่อลูกเจรจา เฝ้าจูบกอดสาลิกาไม่อิ่มใจ
  ประเดี๋ยวพี่เอาไปจูบแล้วน้องจูบ เฝ้าโลมลูบลูกรักจนเหงื่อไหล
  ลูกหนีมาเสียให้สาแก่น้ำใจ ไม่กลับไปแล้วจะอยู่เสียในวังฯ
 
  ๏ นางฟังเล่าเศร้าจิตคิดถวิล กลัวภูมินทร์จะไม่แจ้งเหมือนใจหวัง
  ทำแกล้งโกรธสาลิกาด้วยวาจัง ข้าเบื่อฟังแล้วเจ้าลิ้นทะเลวน
  เขาทาแป้งแต่งตัวให้หอมกรุ่น เอาบุญคุณนั้นไปล้างเสียกลางหน
  ขี้ปดพ่อว่าไปเกลือกกลีบอุบล ราวกับคนไม่เคยพบกระแจะจันทน์
  อันคุณพ่อเจ้าหรือกระสือแป้ง ไม่เคยแต่งอยู่แต่ป่าพนาสัณฑ์
  นี่หรือรูปจะมิงามอร่ามครัน เห็นไรฟันเสียสิ้นทุกสิ่งไปฯ
 
  ๏ นกขุนทองพูดแก้ว่าแม่สั่ง ไปลับหลังว่าอย่าแจ้งแถลงไข
  หรือเจ้าแม่อยากให้บอกจะออกไป ลูกดีใจอยากจะอยู่ในพาราฯ
 
  ๏ นางฟังคำทำโกรธเป็นทีหยอก ไยมิบอกจะทำอะไรข้า
  ขุนทองตอบไปให้ชอบด้วยปรีชา พระบิดาเธอจะทำอะไรมี
  ลูกคิดดูเธอยิ่งรู้ก็ยิ่งรัก ไม่รู้จักก็ได้จูบแต่ปักษี
  แล้วหัวร่อขอโทษนางเทวี เมื่อวานนี้ลูกทูลพระบิดา
  ว่าแม่เจ้าให้กินข้าวกับไข่คลุก ทั้งส้มสูกให้ลูกรักนั้นหนักหนา
  แป้งอำพันจันทน์จวงกระแจะทา พระบิดาดีใจแล้วให้พร
  ว่าแม่เจ้ามีคุณการุญด้วย จึ่งให้กล้วยกินอิ่มสโมสร
  เหมือนเจ้าแม่มีคุณกับบิดร ไม่ม้วยมรณ์ก็ไม่ลืมปลื้มอาลัย
  แต่แสนยากจากเมืองได้เคืองยิ่ง ไม่มีสิ่งจะแทนพระคุณให้
  จะมาเฝ้าเจ้าแม่ในปรางค์ชัย ก็เกรงใจสองกษัตริย์จะขัดเคืองฯ
 
  ๏ ชะปดแล้วปดเล่าเฝ้าแต่ปด ช่างเลี้ยวลดยืนยาวเป็นราวเรื่อง
  ยิ่งให้หลอกแล้วก็หลอกอยู่เนืองเนือง ราวกับเรื่องรามเกียรติ์เจียวสาลิกา
  แต่แรกบอกว่าออกไปหลอกพ่อ ประดิษฐ์ต่อข้อกลอนมาย้อนว่า
  พ่อร้อยลิ้นกินหวานน้ำตาลทา กินข้าวปลาเสียเถิดเจ้าข้าเข้าใจ
  อนิจจาไม่ว่าเปล่าหนาเจ้าแม่ แม้นไม่แน่แล้วจงฟัดให้ตัดษัย
  พยานลูกเอามาพิงไว้กิ่งไทร ไม่เชื่อใจฉันจะอ้างต้นกร่างทอง
  พูดพลางทางบินไปต้นไทรใหญ่ จับกิ่งไทรไพรศรีไม่มีสอง
  ก็สมใจไม่วิตกนกขุนทอง มาคาบตองไปถวายนางเทวี
  เจ้างามพริ้มยิ้มหยิบใบตองอ่อน เห็นอักษรเรื่องราชสารศรี
  เป็นความขำตามคำสกุณี พระหัตถ์คลี่นิ่งอ่านสำราญใจฯ
 
  ๏ ในสารว่าอิศเรศเกศมงกุฎ พระโคบุตรเลิศล้ำในต่ำใต้
  นิราศร้างแรมวังตั้งพระทัย มาอยู่ในสวนขวัญอันบรรจง
  พี่มุ่งหมายมาถวายชีวาวาตม์ พระจอมนาฏกัลยาเมืองกาหลง
  ใบตองแทนแผ่นสุวรรณอันบรรจง จิตจำนงต่างเครื่องบรรณาการ
  ด้วยไกลวังครั้งนี้จนเหลือแสน ขุนทองแทนอุปทูตที่ถือสาร
  มาถึงองค์พระธิดายุพาพาล ให้แจ้งการเรื่องรักประจักษ์ใจ
  แม้นมิพบสบสมสวาทนุช จนสิ้นสุดชนมชีพให้ตักษัย
  เป็นกุศลดลจิตสาลิกาไป เรียมจึงได้ชมกลิ่นสุคนธา
  ค่ำวันนี้พี่จะมาสู่หาน้อง ขอชมห้องพระตำหนักขนิษฐา
  พอจบสารพจมานที่มีมา พระธิดาปั่นป่วนรัญจวนครัน
  แกล้งทรงฉีกยอดตองที่รองเรื่อง ทำทีเคืองสกุณินแล้วผินผัน
  เจ้าปักษีดีแล้วได้เห็นกัน เที่ยวกล่าวขวัญให้รู้ทุกผู้คน
  จะพาเจ้าขึ้นไปเฝ้าพระบิตุเรศ ให้ทรงเดชรู้ความตามเหตุผล
  ยังพวกพ้องเจ้าจะมีสักกี่คน ทำเล่ห์กลลามเลียมไม่เจียมใจฯ
 
  ๏ สกุณีรู้ทีไม่ทุกข์ร้อน พูดอ้อนวอนไปให้ชอบอัชฌาสัย
  นี่ยอดตองฟ้องลูกประการใด ไม่ถามไถ่บ้างเลยแม่ให้แน่ความฯ
 
  ๏ นางยิ้มพลางทางตอบเจ้าปักษิน พ่อร้อยลิ้นสิ้นอาลัยไถลถาม
  จะยอกย้อนซ่อนเงื่อนให้เลื่อนความ เจ้าทำงามแล้วจะเป็นอะไรมีฯ
 
  ๏ โอ้ตายจริงแล้วเจ้าสาลิกาเอ๋ย ไม่รู้เลยเป็นอย่างไรไฉนนี่
  จะฟ้องร้องให้ลูกต้องถูกตี มิปรานีแล้วกรรมของสาลิกา
  พลางชะอ้อนวอนทูลว่าร้อยชั่ง ขอโทษครั้งหนึ่งเถิดเจ้าแม่จ๋า
  นางแกล้งเมินเดินไปที่ไสยา สาลิกาเต้นตามนางทรามวัย
  พลอดประโลมโฉมฉายให้คลายจิต แสงอาทิตย์ล่วงดับลับไศล
  โฉมอำพันปั่นป่วนรัญจวนใจ ตั้งพระทัยคอยดูพระภูมินทร์ฯ
 

 
จำนวนคนอ่าน 1392 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved