ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
Grammar
Grammar Test
English Rules
Exercise
Idioms
Confusing Words
Word of the day
Basic English
English is Fun
Tips & Tricks
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกภาษาอังกฤษ | Article

Article

การใช้ Subject Form และ Object Form ตามหลัง Verb to be
 
การใช้ Pronoun ที่มาตาม Verb to be, except, let, than, as.....as, such as, between และ but มักจะเกิดปัญหาอยู่เสมอว่า เราจะใช้รูปไหนดีระหว่าง Subject Form (รูปประธาน) กับ Object Form (รูปกรรม) บางครั้งควรจะใช้รูปที่เป็นประธานก็กลับไปใช้รูปที่เป็นกรรม หรือบางทีน่าจะใช้รูปที่เป็นกรรมก็ไปใช้รูปที่เป็นประธาน ซึ่งมีวิธีการใช้ดังต่อไปนี้

  1. ให้ใช้สรรพนามที่เป็นรูปกรรม (Object Form) เมื่อไปตามหลัง Verb to be ในประโยคว่า

    It's ...............

    That's ...............

    This is ...............   เช่นประโยคว่า

    Who is that ? It's me.
    นั่นใคร ? ผมเองครับ (อย่าใช้ It's I.)

    That's her over there.
    นั่นไงหล่อนอยู่ที่นั่น (อย่าใช้ That's she over there.)

    Look at this photo. This is me standing in front of the White House.
    ดูภาพถ่ายนี้ซิ นี้คือผมยืนอยู่หน้าทำเนียบขาว (อย่าใช้ ______This is I______.)



  2. ตามหลัง Verb to be ในประโยคต่อไปนี้จะใช้รูปที่เป็นประธานหรือรูปที่เป็นกรรมย่อมได้ทั้งนั้น สุดแท้แต่ความหมายหรือใจความของประโยคนั้นว่า อยู่ในลักษณะไหน คือเป็นผู้กระทำหรือถูกกระทำของประโยคที่ตามหลัง ตัวอย่างเช่น

    2.1 ให้ใช้ Pronoun ที่เป็นรูปประธาน (Subject Form) เพราะอยู่ในลักษณะเป็นผู้กระทำในประโยคที่ตามหลัง เช่น

    It was I who bought this house last year.
    ผมนี่แหละได้ซื้อบ้านหลังนี้ไว้เมื่อปีที่แล้ว (ใช้ I เพราะอยู่ในฐานะเป็นผู้กระทำกริยาคือ bought)

    It is she who can speak Chinese here.
    หล่อนคนนี้แหละที่สามารถพูดภาษาจีนที่นี่ได้ (ใช้ she เพราะอยู่ในฐานะเป็นผู้กระทำกริยา คือ can speak)

    2.2 ให้ใช้ Pronoun ที่เป็นรูปกรรม (Object Form) เพราะอยู่ในลักษณะที่เป็นผู้ถูกกระทำ พูดง่ายๆ ก็คือเป็น Object ของกริยาในประโยคที่ตามหลัง เช่น

    It is them whom we are looking for.
    ก็พวกเขานี้แหละที่เรากำลังตามหาอยู่ (ใช้ them เพราะอยู่ในฐานะเป็นกรรมของ looking for)

    It was me whom she loved very much.
    ผมนี้แหละที่หล่อนรักมาก (ใช้ me เพราะอยู่ในฐานะเป็นผู้ถูกกระทำคือถูกหล่อนรัก)

    อนึ่ง กฎ ข้อ 2.1 และ 2.2 นี้ให้รวมถึงการใช้ Pronoun ตามหลัง except ด้วย นั่นคือ

    ก. ถ้าอยู่ในฐานะเป็นผู้กระทำ ให้ใช้รูปที่เป็นประธาน เช่น

    No one except he who could speak French.
    ไม่มีใครนอกจากเขาที่สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้ (ใช้ he เพราะอยู่ในฐานะเป็นผู้กระทำ could speak)

    No one except I who was able to solve the problem.
    ไม่มีใครเลยนอกจากผมที่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ (ใช้ I เพราะอยู่ในฐานะเป็นผู้กระทำ)

    ข. แต่ถ้าอยู่ในฐานะเป็นผู้ถูกกระทำ ให้ใช้ Pronoun ที่เป็นรูปกรรม เช่น

    No one except him whom she failed in love.
    นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครหรอกที่หล่อนตกหลุมรัก (ใช้ him เพราะเป็นกรรมของกริยา failed in love)

    No one except her who(m) I asked for marrying.
    ไม่มีใครนอกจากเธอผู้ซึ่งฉันขอแต่งงานด้วย (ใช้ her เพราะเป็นกรรมของกริยา asked for)



  3. Pronoun ที่เรียงตามหลัง Let ให้ใช้รูปที่เป็น Object Form คือรูปที่เป็นกรรมตลอดไป เช่น

    Let me congratulate you on winning the prize.
    ขอผมแสดงความยินดีกับคุณที่ได้รับรางวัลหน่อยเถอะ

    Don't Let him live here alone, please.
    กรุณาอย่าให้เขาพักอยู่ที่นี่คนเดียวนะ

    (ใช้ me และ him อย่าใช้ I หรือ he เป็นอันขาด)



  4. Pronoun ที่ตามหลัง than จะใช้รูปประธานก็ได้ หรือรูปกรรมก็ได้ สุดแท้แต่ความมุ่งหมายของผู้พูด และ than นั้นมักจะมี more อยู่หน้าเสมอ เช่น

    I love you more than she.
    ผมรักคุณมากกว่าหล่อน

    (หมายความว่า ผมรักคุณมากกว่าหล่อนรักคุณ ดังนั้นเมื่อหล่อนก็เป็นผู้ไปรักคุณแข่งกับผม หล่อนจึงอยู่ในฐานะเป็นประธาน จึงใช้ she เพราะมุ่งเป็นผู้กระทำ)

    I love you more than her.
    ผมรักคุณมากกว่าหล่อน

    (หมายความว่า ประโยคนี้มีคุณและหล่อนอยู่ 2 คน ผมเลยตัดสินใจรักคุณมากกว่ารักหล่อน ดังนั้นหล่อนอยู่ในฐานะที่ผมรักหรือตัวกรรม จึงใช้ her เพราะมุ่งเป็นผู้ถูกกระทำ)



  5. ตามหลัง as.....as จะใช้รูปที่เป็นประธานก็ได้ กรรมก็ได้ สุดแท้แต่ความหมายของผู้พูด เช่น

    He likes her as much as I.
    เขาชอบเธอมากเท่ากันกับผม

    (หมายความว่า เขาชอบเธอมากเท่ากันกับที่ผมชอบ ผมอยู่ในฐานะเป็นผู้ไปชอบ มุ่งความเป็นผู้กระทำ จึงใช้ I)

    I like you as much as him.
    ผมชอบคุณมากเท่ากันกับเขา

    (หมายความว่า ผมชอบคุณเท่าไร ก็ชอบเขาเท่านั้น "เขา" ที่มาตามหลัง as มุ่งความเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ในฐานะเป็นกรรม จึงใช้ him)



  6. ตามหลัง such as จะใช้รูปประธานหรือกรรมได้ทั้งนั้น สุดแท้แต่ความมุ่งหมายของผู้พูดอีกเช่นกัน เช่น

    I give them money such as she.
    ฉันให้เงินพวกเขาเช่นเดียวกับหล่อน (ให้)

    (หมายความว่า ผมให้เงินเขาเช่นเดียวกับที่หล่อนให้ ดังนั้นหล่อนอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้ (ผู้กระทำ) จึงใช้ she)

    You will visit us such as her.
    คุณจะไปเยี่ยมพวกเราเช่นเดียวกับเธอ

    (หมายความว่า คุณจะไปเยี่ยมพวกเรา เช่นเดียวกับที่คุณไปเยี่ยมเธอมาก่อน ดังนั้น "เธอ" ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ถูกคนอื่นเยี่ยม คือถูกทำ จึงใช้รูปกรรมคือ her)



  7. Pronoun ที่มาตามหลัง between (ระหว่างของ 2 อย่าง) ต้องใช้รูปกรรม (Object Form) ตลอดไป เช่น

    The principal is standing between him and me.
    อาจารย์ใหญ่กำลังยืนอยู่ระหว่างเขาและผม

    (อย่าใช้ between he and I เป็นอันขาด)



  8. But ในกรณีที่แปลว่า "นอกจาก, ยกเว้น" (except) เมื่อมี Pronoun มาตามหลังให้ใช้รูปที่เป็นประธาน (Subject Form) ตลอดไป เช่น

    All but he could pass the examination.
    ทั้งหมดนอกจากเขา (คนเดียว) สอบได้ทั้งนั้น

    All but I had escaped.
    ทั้งหมดยกเว้นผมได้หนีไปแล้ว
จำนวนคนอ่าน 11753 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved