ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์
สีสันวิทยาศาสตร์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | แบบฝึกหัด | แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัด
   

โจทย์ทดสอบเรื่อง ไฟฟ้า ชุดที่ 4
 
ระดับชั้น : มัธยมต้น

จงเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด
 

1. ขดลวดไฟฟ้าใช้ทำน้ำร้อนขดหนึ่ง เมื่อจุ่มในน้ำอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส น้ำจะเดือดในเวลา 4 นาที ถ้าเพิ่มกระแสไฟฟ้าขึ้นเป็น 2 เท่าของเดิม น้ำจะเดือดในเวลากี่นาที
 1 นาที  
 2 นาที  
 3 นาที  
 4 นาที  

2. กระแสไฟฟ้า 0.75 แอมแปร์ ไหลผ่านหลอดไฟฟ้า 300 โอห์ม จะมีความร้อนเกิดขึ้นวินาทีละเท่าใด
 166.75 J  
 167.75 J  
 168.75 J  
 169.75 J  

3. เตารีดไฟฟ้า 1,000 วัตต์ 200 โวลต์ จะให้ความร้อนนาทีละกี่จูล
 40,000 J  
 60,000 J  
 80,000 J  
 100,000 J  

4. ลวดเส้นหนึ่งมีความต้านทาน 10 โอห์ม มีกระแสผ่าน 5 แอมแปร์ ในเวลา 6 วินาที จะเกิดความร้อนขึ้นเท่าใด
 1,500 J  
 2,000 J  
 2,500 J  
 3,000 J  

5. ขดลวดความต้านทาน 20 วัตต์ 250 โวลต์ ถ้าใช้เป็นเวลานาน 1 นาที เปลืองพลังงานไฟฟ้ากี่จูล
 2,000  
 1,500  
 1,200  
 1,000  

6. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับตู้ปลา มีความต่างศักย์ 200 โวลต์ ถ้าความร้อนสูญเสียไปจากตู้ปลาในอัตรา 6,000 จูลต่อนาที จงหาความต้านทานของเครื่องใช้ไฟฟ้า
 200 Ω  
 400 Ω  
 800 Ω  
 1,000 Ω  

7. เตารีดไฟฟ้า 4.55 A/220 V ใช้ลวดความร้อนนิเกิล-โครเมียมยาว 2.1 เมตร ลวดให้ความร้อนมีขนาดพื้นที่หน้าตัดเท่าไร กำหนดความต้านทานจำเพาะของลวดความร้อน ρ = 1.13 Ω·mm2/m
 0.035 ตารางมิลลิเมตร  
 0.049 ตารางมิลลิเมตร  
 0.068 ตารางมิลลิเมตร  
 0.089 ตารางมิลลิเมตร  

8. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามอเตอร์นี้ทนกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 1 แอมแปร์ และต้องใช้มอเตอร์กับความต่างศักย์ 220 โวลต์ นำมอเตอร์นี้ไปยกกล่องมวล 22 กิโลกรัม จะยกขึ้นสูงจากเดิมกี่เมตรภายใน 1 วินาที กำหนดให้มวล 1 กิโลกรัมมีน้ำหนัก 10 นิวตัน
 10.0 เมตร  
 5.0 เมตร  
 2.5 เมตร  
 1.0 เมตร  

9. หม้อแปลงลง (step down transformer) จะมีลักษณะอย่างไร
 จำนวนรอบของขดทุติยภูมิมากกว่าจำนวนรอบของขดปฐมภูมิ  
 จำนวนรอบของขดทุติยภูมิน้อยกว่าจำนวนรอบของขดปฐมภูมิ  
 จำนวนรอบของขดทุติยภูมิเท่ากับจำนวนรอบของขดปฐมภูมิ  
 จำนวนรอบทั้งของขดทุติยภูมิและขดปฐมภูมิเท่าไรก็ได้  

10. หลักของหม้อแปลงขึ้น คือ

  1. จำนวนขดลวดปฐมภูมิมากกว่าทุติยภูมิ


  2. จำนวนขดลวดปฐมภูมิน้อยกว่าทุติยภูมิ


  3. ใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ
ข้อที่ถูกคือ
 ข้อ 1 และ 2  
 ข้อ 2 และ 3  
 ข้อ 1 และ 3  
 ข้อ 2 เท่านั้น  

11. ขดลวดปฐมภูมิของหม้อแปลงมีลวดพันไว้ 250 รอบ ถ้าต้องการทำเป็นหม้อแปลงชนิดแปลงขึ้นจาก 110 โวลต์ เป็น 220 โวลต์ จะต้องพันลวดในขดทุติยภูมิเป็นจำนวนกี่รอบ
 200  
 300  
 400  
 500  

12. ขดลวดทุติยภูมิ มีจำนวน 1,000 รอบ ต้องการให้กระแสที่ไหลผ่านขดปฐมภูมิ 2 แอมแปร์ ไหลผ่านขดทุติยภูมิ 1.5 แอมแปร์ จะต้องพันขดปฐมภูมิให้มีจำนวนกี่รอบ
 250  
 500  
 750  
 1,000  

13. จากข้อ 12 ถ้ากระแสในขดลวดทุติยภูมิและจำนวนรอบในขดปฐมภูมิคงเดิม แต่ต้องการกระแสไหลในขดปฐมภูมิลดลง 1 แอมแปร์ จะต้องพันขดทุติยภูมิให้มีจำนวนรอบกี่รอบ
 250  
 500  
 750  
 1,000  

14. หม้อแปลงมีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 600 โวลต์ และมีกระแสไหล 0.5 แอมแปร์ ในขดปฐมภูมิ ถ้าต้องการให้กระแสในขดทุติยภูมิเป็น 1 แอมแปร์ ต้องทำให้ขดทุติยภูมิมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าเท่าไร
 100 V  
 200 V  
 300 V  
 400 V  

15. ถ้าต้องการแปลงความต่างศักย์ 11,000 โวลต์ ให้เหลือความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยใช้หม้อแปลงที่มีจำนวนรอบของขดลวดปฐมภูมิ 10,000 รอบ จะต้องใช้ขดลวดทุติยภูมิกี่รอบ และถ้ากระแสที่ไหลในขดลวดทุติยภูมิเป็น 40 แอมแปร์ กระแสที่ไหลในขดลวดปฐมภูมิเป็นเท่าไร
 จำนวนขดลวดทุติยภูมิ 180 รอบ, กระแสไหลในขดลวดปฐมภูมิ 0.75 แอมแปร์  
 จำนวนขดลวดทุติยภูมิ 200 รอบ, กระแสไหลในขดลวดปฐมภูมิ 0.8 แอมแปร์  
 จำนวนขดลวดทุติยภูมิ 220 รอบ, กระแสไหลในขดลวดปฐมภูมิ 0.88 แอมแปร์  
 จำนวนขดลวดทุติยภูมิ 240 รอบ, กระแสไหลในขดลวดปฐมภูมิ 0.9 แอมแปร์  

16. ฟิวส์ไฟฟ้าตามบ้านมีไว้เพื่อ
 ให้ไฟครบวงจร  
 ป้องกันอันตรายเนื่องจากการลัดวงจร  
 เป็นเครื่องตรวจสอบการใช้ไฟของการไฟฟ้า  
 ป้องกันมิให้มาตรวัดของการไฟฟ้าชำรุด  

17. ตามรูป AB เป็นแท่งเหล็กอ่อนพันด้วยลวดไฟฟ้า C เป็นเข็มทิศเล็กๆ วางไว้ใกล้ปลาย B เมื่อกดสวิตช์ S ขั้วเหนือของเข็มทิศ C จะชี้ตามข้อใด

 ชี้ทางตะวันออกเฉียงเหนือ  
 ชี้ทางตะวันออกเฉียงใต้  
 ชี้ทางตะวันออก  
 ชี้ทางใต้  

18. พิจารณข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก

  1. สวิตช์ใช้สำหรับตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่อง


  2. สะพานไฟใช้สำหรับควบคุมวงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนของบ้าน


  3. เราใช้เต้าเสียบจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ ชิ้นเข้ากับเต้ารับอันเดียวกัน


  4. เราใช้ฟิวส์ที่ทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้มากๆ โดยมากกว่ากระแสสูงสุดที่จะให้หลายเท่าตัว เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนฟิวส์บ่อยๆ
คำตอบที่ถูกคือ
 ถูกทุกข้อ  
 ข้อ 1, 3 และ 4  
 ข้อ 1, 2 และ 4  
 ข้อ 1 และ 2  

19. ในการทดลองต่อวงจรไฟฟ้าของนักเรียนเป็นดังรูป หมายเลข 1, 2, 3 เป็นหลอดไฟ 3 หลอด มีความต้านทานเท่ากัน S1, S2 เป็นสวิตช์ ผลการทดลองของนักเรียนเป็นดังตาราง



เริ่มทดลองโดยดันคันโยกของสะพานไฟต่อวงจรเข้ากับถ่านไฟฉาย ดูวิธีทดลองและผลการทดลองจากตาราง ข้อใดผลการทดลอง ผิด
 Adjective ที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีวิธีใช้ขยายนามหรือประกอบนามได้เพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น จะประกอบหน้านาม หรือเรียงหลังกริยา จะใช้ทั้ง 2 อย่างไม่ได้ นั่นคือ

  1. Adjective ต่อไปนี้เมื่อขยายนาม ให้ใช้แบบเรียงไว้หลังกริยาเท่านั้น ห้ามใช้แบบเรียงไว้หน้านามโดยเด็ดขาด ได้แก่

    sorry
    เสียใจ
    afraid
    กลัว
    well
    อยู่ดีสบาย
    alive
    มีชีวิตอยู่
    ashamed
    ละอายใจ
    worth
    มีค่า
    awake
    ตื่นอยู่
    ill
    ป่วย
    alike
    เหมือนกัน
    asleep
    หลับ
    aware
    ระวัง
    alone
    โดยลำพัง
    content
    พอใจ
    unable
    ไม่สามารถ
    etc.
    -

    เช่น
    ถูก : The president is sorry. ประธานาธิบดีมีความเสียใจ
    ผิด : This is a sorry president. นี้คือประธานาธิบดีผู้เสียใจ
    ถูก : That girl is afraid. เด็กหญิงคนนั้นกลัว
    ผิด : This is an afraid girl. นี้คือเด็กหญิงที่กลัว
    ถูก : He is well. เขาอยู่ดีสบาย
    ผิด : He is a well man. เขาเป็นคนอยู่ดีสบาย
    ถูก : Wilai is ashamed. วิไลรู้สึกละอายใจ
    ผิด : Wilai is an ashamed girl. วิไลเป็นเด็กหญิงขี้ละอายใจ


  2. Adjective ต่อไปนี้เมื่อใช้ขยายนาม ให้เรียงไว้หน้านามโดยตรง ห้ามใช้แบบเรียงหลังกริยาโดยเด็ดขาด ได้แก่

    former
    ก่อน
    latter
    หลัง
    inner
    ภายใน
    outer
    ภายนอก
    upper
    ข้างบน
    elder
    แก่กว่า
    drunken
    ขี้เมา
    middle
    กลาง
    entire
    ทั้งหมด
    wooden
    ทำด้วยไม้
    golden
    ทำด้วยทอง
    especial
    เฉพาะ
    neighboring
    เพื่อนบ้าน
    -
    -
    -
    -

    เช่น
    ถูก : Burma is a neighboring country.
    ผิด : Burma is neighboring. พม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
    ถูก : We met a drunken teacher. พวกเราได้พบครูขี้เมาคนหนึ่ง
    ผิด : The teacher was drunken. ครูคนนั้นเป็นคนขี้เมา
    ถูก : Sombat is my elder brother. สมบัติเป็นพี่ชายของฉัน
    ผิด : He is elder. เขาแก่กว่า (ฉัน)

    (elder ข้อแรกถูกเพราะวางหน้านาม elder ข้อหลังผิดเพราะวางหลังกริยา)



  3. Adjective ที่ไปขยายสรรพนามผสม (Compound Pronoun) ต่อไปนี้ ให้เรียงไว้ข้างหลังสรรพนามผสมนั้นตลอดไป ได้แก่

    someone
    something
    somebody
    somewhere
    everybody
    everywhere
    everything
    everyone
    anything
    anybody
    anyone
    nowhere
    nothing
    no one
    -

    เช่น
    I have something important to tell you.
    ฉันมีบางสิ่งที่จะบอกคุณ
    (อย่าใช้ : I have important something to tell you.)
    There's nothing new for us to do.
    ไม่มีอะไรใหม่เลยสำหรับเราที่จะทำ
    (อย่าใช้ : There's new nothing for us to do.)
    I don't find anyone tall enough to clean the ceiling.
    ผมไม่เห็นใครรูปร่างสูงพอที่จะทำความสะอาดเพดานห้องได้เลย
    (อย่าใช้ : I don't find tall anyone enough to clean the ceiling.)

    (important, new และ tall เป็นคุณศัพท์ เมื่อขยายสรรพนามผสมต้องเรียงไว้หลังถึงจะถูก หากเอามาเรียงไว้หน้าก็ผิดตามตัวอย่างข้างบน)



  4. Adjective ที่แสดงการวัดขนาดต่างๆ ของนาม ต้องวางไว้หลังนามเสมอ เช่น

    This river two hundred miles long.
    แม่น้ำสายนี้ยาว 200 ไมล์
    (อย่าใช้ : This river is long two hundred miles.)
    This mountain is five hundred feet high.
    ภูเขาลูกนี้สูง 500 ฟุต
    (อย่าใช้ : This mountain is high five hundred feet.)
    Ladda is twenty years old.
    ลัดดามีอายุ 20 ปี
    (อย่าใช้ : Ladda is old twenty years.)


  5. Adjective ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป มาขยายนามตัวเดียวกัน จะวางไว้หน้านามโดยตรงนั้นก็ได้ หรือจะวางไว้หลังนามก็ได้ และหน้า Adjective ตัวสุดท้ายต้องมี and มาคั่นไว้เสมอ เช่น

    Thongchan is a witty and wise teacher.
    หรือ
    Thongchan is a teacher, witty and wise.
    ทองจันทร์เป็นครูที่มีไหวพริบและฉลาด
    He bought a new, powerful and expensive car.
    หรือ
    He bought a car new, powerful and expensive.
    เขาได้ซื้อรถยนต์คันใหม่มีสมรรถภาพดี และราคาแพงมาคันหนึ่ง


  6. Adjective ที่เป็นสมญานาม ไปขยายนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ให้วางหลังนามนั้นเสมอ และเขียนด้วยอักษรตัวใหญ่โดยมี the นำหน้าทุกครั้งด้วย เช่น

    King Naresuan, the Great. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
    Ivan, the Terrible. อีแวนตัวดุร้าย
    Kukrit, the Wise of Siam. คึกฤทธิ์เจ้าปัญญาแห่งสยาม
    Hercules, the Strong of the world. เฮอคิวลิสจอมพลังของโลก เป็นต้น


  7. ถ้า Adjective นั้นเป็น Adjective Phrase (คุณศัพท์วลี) หรือ Adjective Clause (คุณานุประโยค) ไปขยายนามใด ให้เรียงไว้หลังนามนั้นตลอดไป เช่น

    The tall man with his dog is my uncle.
    ชายสูงที่มีสุนัขมาด้วยนั้นเป็นลุงของฉันเอง
    (with his dog เป็น Adjective Phrase มาขยายนาม man จึงวางไว้หลัง)

    The boy who is talking with the teacher is her brother.
    เด็กชายที่กำลังพูดอยู่กับครูนั้นเป็นน้องชายของเธอ
    (who is talk with the teacher เป็น Adjective Clause มาขยายนาม boy จึงวางไว้หลัง boy)



  8. Adjective ต่อไปนี้ เมื่อไปขยายอยู่หน้านามเอกพจน์ นับได้ ให้ใช้ a นำหน้านามนั้นเสียก่อน แล้วจึงวางคุณศัพท์เหล่านี้ขยายอีกทีหนึ่ง ได้แก่ half, such, too, so, quite, rather, many เช่น

    He spent half a day on gambling. เขาใช้เวลาเล่นการพนันครึ่งวัน
    Such a man cannot be allowed. คนเช่นนั้นไม่สามารถอนุญาตให้ได้
    It's too hard a problem for him. มันเป็นปัญหายากเกินไปสำหรับเขา
    He is so good a boy. เขาเป็นเด็กดีทีเดียว
    She is quite a good pupil. หล่อนเป็นนักเรียนดีจริงๆ
    Jack is rather a lazy boy. แจ๊คเป็นเด็กค่อนข้างขี้เกียจ
    Many a dog is barking inside the house. สุนัขหลายตัวเห่าอยู่ในบ้าน
  
 
การทดลอง
ความสว่างของหลอดไฟ
ดวงที่ 1
ดวงที่ 2
ดวงที่ 3
กดสวิตช์ S2
สว่าง
ไม่สว่าง
สว่าง
  
 
การทดลอง
ความสว่างของหลอดไฟ
ดวงที่ 1
ดวงที่ 2
ดวงที่ 3
กดสวิตช์ S1, S2
สว่าง
สว่าง
สว่าง
  
 
การทดลอง
ความสว่างของหลอดไฟ
ดวงที่ 1
ดวงที่ 2
ดวงที่ 3
กดสวิตช์ S1, S2 ปลดฟิวส์ออก 1 เส้น
สว่าง
สว่าง
สว่าง
  

20. จากวงจรไฟฟ้าในข้อ 19 เมื่อกดสวิตช์ทั้งสองพร้อมกัน ความสว่างของหลอดไฟทั้ง 3 เป็นดังข้อใด
 หลอดไฟทั้งสามสว่างเท่ากัน  
 หลอดที่ 1 สว่างมากกว่าหลอดที่ 2 และ 3  
 หลอดที่ 2 และ 3 สว่างมากกว่าหลอดที่ 1  
 



สูตรการหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยม

พื้นที่ ทั่วไป
=--
× ฐาน × สูง
พื้นที่ ด้านเท่า
=--
× (ด้าน)2
พื้นที่ หน้าจั่ว
=--
พื้นที่ มุมฉาก
=--
× ผลคูณของด้านประกอบมุมฉาก


สูตรการหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยม

พื้นที่ จัตุรัส
=--
ด้าน × ด้าน หรือ (ด้าน)2
หรือ
=-- 12 × ผลคูณของเส้นทแยงมุม
พื้นที่ ผืนผ้า
=--
กว้าง × ยาว
หรือ
=-- ฐาน × สูง
พื้นที่ ขนมเปียกปูน
=--
× ผลคูณของเส้นทแยงมุม
หรือ
=-- ฐาน × สูง
พื้นที่ ด้านขนาน
=--
ฐาน × สูง
พื้นที่ รูปว่าว
=--
× ผลคูณของเส้นทแยงมุม
พื้นที่ คางหมู
=--
× ผลบวกของด้านคู่ขนาน × สูง
พื้นที่ ด้านไม่เท่า
=--
× เส้นทแยงมุม × ผลบวกของเส้นกิ่ง


สูตรการหาพื้นที่รูปทรงอื่นๆ

พื้นที่รูปวงกลม
=---
พื้นที่ผิวของทรงกลม
=---
พื้นที่ผิวข้างของทรงกระบอก
=---
ความยาวรอบฐานของวงกลม × ส่วนสูง
หรือ
=---
2 rh
พื้นที่ผิวของทรงกระบอก
=---
พื้นที่ผิวข้าง + พื้นที่หน้าตัดทั้งสอง
=---
พื้นที่ผิวข้างของกรวย
=---
r
พื้นที่ผิวกรวย
=---
พื้นที่ผิวข้าง + พื้นที่ฐาน
=---
r + r2
=---
r ( + r)


พื้นที่ผิวข้างของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่ามุมเท่า
=
-- 12 × ความยาวเส้นรอบรูปของฐาน × สูงเอียง
พื้นที่ผิวของพีระมิด
=
---พื้นที่ฐาน + พื้นที่ผิวข้าง

พื้นที่ผิวข้างของปริซึม

=
---เส้นรอบรูปของฐาน × สูง

พื้นที่ผิวทั้งหมดของปริซึม

=
---พื้นที่ผิวข้าง + 2 (พื้นที่หน้าตัด)


สูตรการหาปริมาตรของรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ

ปริมาตรทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
=---
กว้าง × ยาว × สูง
ปริมาตรทรงลูกบาศก์
=---
(ด้าน)3
ปริมาตรทรงกลม
=---
ปริมาตรทรงกระบอก
=---
r2h
ปริมาตรทรงกรวย
=---
ปริมาตรทรงปริซึม
=---
พื้นที่ฐาน × สูง
ปริมาตรทรงพีระมิด
=---



  

21. วงจรไฟฟ้า ประกอบด้วยแบตเตอรี่ หลอดไฟ L1, L2 และ L3 ที่มีความต้านทานเท่ากัน และสวิตช์ S1, S2 และ S3 ตามรูป ถ้าต้องการให้หลอดไฟทั้ง 3 หลอดสว่างเท่ากัน จะปิดสวิตช์อันไหน

 S1  
 S2  
 S3  
 ถูกทั้ง 3 ข้อ  

22. พิจารณาข้อความดังต่อไปนี้

  1. การป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วในเครื่องใช้ไฟฟ้าทำได้โดยการต่อสายดินให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า


  2. ไขควงตรวจไฟ มีไว้เพื่อตรวจว่ามีไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่


  3. เซอร์กิตเบรคเกอร์และฟิวอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน


  4. ควรเลือกใช้ขนาดของฟิวส์ที่ทนกระแสไฟฟ้าได้มากๆ ยิ่งมากยิ่งดี
ข้อที่ถูกต้องคือ
 ข้อ 1, 3  
 ข้อ 2, 4  
 ข้อ 1, 2, 3  
 ข้อ 1, 3, 4  

23. จากรูป หลอดไฟฟ้าจะติดสว่างเมื่อไร

 เมื่อปลดภาระออกจากวงจร  
 เมื่อความต้านทานของฟิวส์มีค่าต่ำๆ  
 เมื่อภาระเป็นตัวเหนี่ยวนำ  
 เมื่อภาระเกิดลัดวงจรและฟิวส์ขาด  

24. วงจรดังรูป หลอดไฟฟ้า ก, ข, ค, ง และ จ เหมือนกันทุกดวง หลอดไฟดวงใดสว่างมากที่สุด

 หลอด ก  
 หลอด ข  
 หลอด จ  
 สว่างเท่ากันทุกหลอด  

25. จากข้อ 24 เมื่อกดสวิตช์ให้กระแสไฟฟ้าผ่าน S หลอดใดจะสว่างเพิ่มขึ้น
 ทุกหลอด  
 หลอด ก และ ค  
 หลอด ก และ ข  
 หลอด ก, ข และ ค  
 
           
 
 
 
 
จำนวนคนอ่าน 11446 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved