จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | จับข่าวคุยกัน
   

กลวิธีปราบเด็กดื้อซน
   

ใครๆ ก็คงอยากได้ลูกที่ว่าง่าย น่ารัก น่าเอ็นดูกันทุกคน แต่เหตุไฉนลูกของเราจึงไม่ได้ดั่งใจ ไม่ดื้อก็ซน ไม่ซนก็ก้าวร้าว อ่อนอกอ่อนใจจริง ไม่รู้จะทำอย่างไร เห็นทีต้องปล่อยให้ครูเขาจัดการเสียแล้ว แต่เรื่องราวคงไม่ง่ายอย่างที่คิด....





เพราะที่สุดคุณครูก็จะย้ำทุกครั้งว่า ทางบ้านต้องช่วยปรับพฤติกรรมด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะอย่างไรเสียเราคงหลีกเลี่ยงความเป็นจริงไม่ได้ว่า พ่อแม่นั่นแหละเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการปรับพฤติกรรมของลูก "เมื่อใดที่คุณเปลี่ยน ลูกจะเปลี่ยนตาม" สาเหตุและวิธีปราบเด็กดื้อ เด็กซน เด็กก้าวร้าว มีดังต่อไปนี้


ใส่ใจและเพิ่มปริมาณการชื่นชมพฤติกรรมที่ดี ลดการตำหนิติเตียน เด็กมีจุดอ่อนอยู่ 2 เรื่อง คือ ต้องการคนชม และต้องการคนสนใจ ถ้าเราสนใจและชมเขาในสิ่งดีที่เขาทำบ่อยๆ ให้มากเท่าที่ทำได้ ทุกครั้งที่ชมจะเป็นเครื่องยืนยันว่า หนูทำถูกต้องแล้ว ทำต่อไปนะ แม้แต่เด็กที่ดื้อ ซน ก้าวร้าว พฤติกรรมก็จะดีขึ้นๆ จนกลายเป็นเด็กน่ารักในที่สุด


ใช้ท่าทีที่สงบสยบความดึงดัน ให้พ่อแม่เป็นคนยืนยันในสิ่งที่ต้องการ เด็กดื้อคือเด็กที่ยืนยันในสิ่งที่เขาต้องการ แล้วได้ตามต้องการ เด็กซนคือเด็กที่ยืนยันว่าการเล่นสนุกนั้นทำได้เสมอในทุกที่ เด็กก้าวร้าวคือเด็กที่ยืนยันว่าการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงนั้นได้ผลเสมอ เราปล่อยให้ลูกก้าวร้าวทำร้ายคนอื่นเท่ากับว่าเราทำให้ลูกเรียนรู้ว่า เขาจะทำร้ายใครก็ได้ที่ทำให้เขาไม่พอใจ วิธีปราบลูกนั้นไม้เด็ด คือ ยืนยันอย่างสงบว่า อย่างไรเสียลูกจะทำอย่างนั้นไม่ได้ ยิ่งเราควบคุมความโกรธได้เท่าไหร่ เรายิ่งควบคุมสถานการณ์ได้ดีเท่านั้น สิ่งสำคัญ คือ ความคิด คำพูด และการกระทำของคุณพ่อคุณแม่นั้นต้องตรงกัน ต้องทำให้ลูกยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้องให้ได้ เช่น เมื่อลูกโมโหไม่ได้ดั่งใจแล้วตีแม่

ความคิด : ลูกตีแม่อย่างนี้ไม่ถูกต้อง จะให้ลูกทำอย่างนี้ไม่ได้ ควบคุมอารมณ์ให้ได้ จ้องหน้าลูกแล้วพูดอย่างชัดเจนหนักแน่น
คำพูด : "หยุดนะ ลูกตีแม่ไม่ได้"
การกระทำ : จับมือลูกให้หยุดการตีให้ได้ ทำซ้ำเดิมจนกว่าลูกจะหยุดตี เมื่อลูกหยุด ต้องชื่นชม


ลูกเป็นคู่กรณีกับคนไหนให้คนนั้นจัดการ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งกำลังจัดการกับพฤติกรรมไม่น่ารักของลูก อีกคนต้องให้ความร่วมมือด้วยการไม่เข้าไปก้าวก่าย ควรดูอยู่เฉยๆ ไม่แสดงท่าทีเข้าข้างฝ่ายใด เมื่อเหตุการณ์ยุติลงแล้ว อาจเข้ามาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ลดความตึงเครียดลง ลูกจะรู้สึกผ่อนคลายกับผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด


เวลาลูกโกรธให้รับฟัง และให้รู้ว่าเรารู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร ขณะลูกอาละวาด ระงับเหตุก่อน อย่าดุไปสอนไป การแสดงออกที่เหมาะสมจะต้องเป็นไปตามกติกา ข้อตกลง อย่างเช่น เมื่อลูกเริ่มมีท่าทีโกรธ พ่อแม่ต้องยอมรับความรู้สึกของลูก เมื่อพ่อแม่รับฟังความรู้สึกของเขาจะผ่อนอารมณ์ของลูกลงได้ ถ้าลูกหาทางออกไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่อาจเสนอทางเลือกให้ลูก จะดีกว่าออกคำสั่ง เพราะลูกจะเต็มใจมากกว่าถูกบังคับให้ทำ


การคาดเดาสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า ให้วางแผนเตรียมการไว้ และป้องกันปัญหาในระยะแรกก่อนที่จะบานปลาย คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกคาดเดาว่าในสถานการณ์ข้างหน้า จะมีเหตุอะไรบ้างที่อาจทำให้เกิดสิ่งไม่น่าพอใจ แล้วหาทางป้องกันไว้ การแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นก็ง่ายกว่าไปแก้ที่ปลายเหตุจะทำให้ยุ่งยากว่ามาก เช่น แก้ปัญหาเสียตั้งแต่ลูกเริ่มโกรธจะง่ายกว่าเมื่อลูกอาละวาดไปแล้ว


ปัญหาทุกอย่างของลูกแก้ไขได้เสมอ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ค้นพบและปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู และขอให้ระลึกเสมอว่า ลูกเองก็อยากเป็นเด็กดี คุณพ่อคุณแม่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เขาค้นพบวิธีที่จะเป็นเด็กดีได้ ลูกต้องการเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงและการดีขึ้นเพียงเล็กน้อยของลูกเป็นสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนแปลง ชี้ชวนให้ลูกเห็นว่าลูกดีขึ้นตรงไหน หมั่นชื่นชมและให้กำลังใจลูก ไม่นานเขาก็จะเป็นเด็กดีให้คุณพ่อคุณแม่ชื่นใจ



ที่มาข้อมูล : "ครูหวาน" ธิดา พิทักษ์สินสุข
นิตยสาร Mather & Baby
จำนวนคนอ่าน 286 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved