จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | จับข่าวคุยกัน
   

เลี้ยงลูกให้ฉลาด (เฉลียว)
   
"กลุ้มใจเมื่อลูกรักเรียนหนังสือไม่ได้เรื่อง ต้องสอบซ่อมเป็นประจำ ใครๆ ก็บอกว่าลูกโง่ เป็นเด็กไอคิวต่ำ แล้วจะทำอย่างไรให้ลูกรักฉลาด มีไอคิวที่สูงขึ้น" ความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเราเชื่อกันว่า คนยิ่งมีไอคิวสูงเท่าไร จะยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงแม้แต่เด็กเล็กๆ ก็ต้องแข่งขันกันแล้ว ซึ่งในวันนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะเรามีเทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด อารมณ์ดี มีจินตนาการ มาฝากกันค่ะ...

นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาการเด็ก หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ร่วมกับ ดร.แพง ชินพงศ์ และ ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเด็กและดนตรี เป็นวิทยากรให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองในงานสัมนาเรื่อง "เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด อารมณ์ดี มีจินตนาการ" จัดขึ้นโดยนมเปรี้ยวเพื่อสุขภาพของคุณหนู ดัชมิลล์พลัส แอดวานซ์ ร่วมกับโรงพยาบาลพญาไท 3


นพ.พงษ์ศักดิ์ บอกว่า เทคนิคเลี้ยงลูกให้ฉลาด มีอารมณ์ดี มีจินตนาการนั้น อย่างแรกคุณพ่อคุณแม่ ต้องสร้างบรรยากาศในครอบครัวให้ผ่อนคลาย มีบรรยากาศของการเรียนรู้ผ่านกิจวัตรประจำวันของลูก หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกันทั้งครอบครัว หรือผ่านการเล่นของลูก โดยสังเกตุว่าลูกสนใจอะไร หรือชอบเรื่องใดเป็นพิเศษในขณะนั้น

ก็นำมาต่อยอดด้วยการเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับลูก เช่น ถ้าเขาสนใจเรื่องสัตว์ ก็พูดคุยในเวลาที่สุนัขเดินผ่าน แมววิ่งไป นกบินมา แล้วตั้งคำถามให้ลูกได้ฝึกคิดอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย หรือตามความสามารถของเด็กแต่ละคน เช่น ถ้านกไม่มีปีกมันจะไปไหนมาไหนได้อย่างไร ฯลฯ แค่นี้ก็สามารถส่งเสริมให้ลูกใช้สมองคิด นึกภาพจินตนาการ และฉลาดรอบรู้มากขึ้นได้


ด้าน ดร.แพง ชินพงศ์ และ ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเด็กและดนตรี ซึ่งมาให้ความรู้ในเรื่องดนตรีนิทานภายในงาน กล่าวว่า ดนตรีและนิทาน เป็นสื่อที่จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความฉลาดให้เด็กได้เช่นกัน โดยดนตรีจะช่วยพัฒนาเด็กจากท่วงทำนอง

ส่วนจังหวะเพลงเป็นในเรื่องการเคลื่อนไหว เมื่อได้ยินเพลงทำนองสนุกสนานเด็กจะเคลื่อนไหวยักย้ายไปตามจินตนาการ บางเพลงพ่อแม่อาจลองให้เขาทำท่าเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เป็นลมเป็นฝนหรือเป็นสิ่งรอบตัวเราอาจเล่นบทบาทสมมุติผ่านทางดนตรีก็ทำได้ ถือเป็นการเสริมสร้างจินตนาการ นอกจากนี้ การฟังดนตรีถ้าทำควบคู่กับจินตนาการ เราจะเรียกว่านิทานดนตรี


นิทานที่เล่าและมีดนตรีประกอบจะช่วยส่งเสริมเรื่องภาษา จินตนาการ ทักษะการคิด ได้ครบถ้วน นิทานสำหรับเด็กที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการมี 2 ประเภท คือการเล่านิทานที่ไม่มีภาพ ทำให้เด็กได้นึกจินตนาการคิดมโนภาพไปตามเรื่องที่เล่าให้ฟัง กับนิทานที่มีภาพประกอบซึ่งเด็กจะชอบ

และถ้าเด็กยังอ่านหนังสือไม่ได้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ควรจะเล่าให้ฟัง เขาจะนึกภาพและผูกจินตนาการตาม เป็นการพัฒนาทักษะด้านจินตนาการความคิด ดังนั้น จึงควรเล่านิทานที่สอดแทรกแง่คิดมีประโยชน์ คุณธรรม ศีลธรรมต่างๆ ที่เหมาะสมเข้าไปด้วย

ที่มาข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ
จำนวนคนอ่าน 3567 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved