จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
ปฏิทินท่องเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | ไกด์นำเที่ยว | แหล่งท่องเที่ยว
   

"อ่าวลึก" แหล่งน่าเที่ยวแห่งกระบี่
   

กระบี่ คือเมืองท่องเที่ยวที่มากไปด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวในอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยที่เดียว

ฉะนั้นการที่ "เที่ยวกระบี่กี่ทีไม่มีเบื่อ" จึงเป็นสิ่งท้าทายให้นักท่องเที่ยวผู้สนใจเดินทางไปสัมผัส ค้นหา ดังเช่น "ตะลอนเที่ยว" เราพากลับมายลกระบี่อีกครั้งในทริปนี้

อ่าวลึก งามลึกล้ำ

ทะเลกระบี่ขึ้นชื่อในเรื่องความงดงามของหมู่เกาะสวย หาดทรายละเอียดขาวเนียน น้ำทะเลใสแจ๋ว และโลกใต้ท้องทะเลอันงดงามปานเนรมิต แต่ทะเลกระบี่ที่ "อ่าวลึก" ไม่มีสิ่งดังว่า ซ้ำยังเป็นทะเลน้ำขุ่นที่ข้างใต้เต็มไปด้วยโคลนเลน จนหลายคนมองทะเลอ่าวลึกเป็นแค่แหล่งหา ปู ปลา และอาหารทะเล ของชาวบ้านในชุมชนเท่านั้น

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ทะเลอ่าวลึก
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
มุมถ่ายรูปในโพรงผาค้อม

แต่กับชาวบ้านอ่าวลึกผู้คุ้นเคยกับทะเลแห่งนี้กลับมองต่างออกไป พวกเขามองว่าทะเลอ่าวลึกและพื้นที่อีกหลายส่วนใน "อำเภออ่าวลึก" จ.กระบี่ มีศักยภาพสูงทางการท่องเที่ยว พวกเขาจึงรวมกลุ่มกันจัดตั้งเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนอ่าวลึกขึ้น โดยมีนายอำเภออ่าวลึกคนปัจจุบัน (ประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล) เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญ

"การท่องเที่ยวชุมชนของเราทำเพื่อเป็นรายได้เสริม และต้องการให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าในทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ แล้วช่วยกันดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรเหล่านั้นไว้ เพราะที่แล้วมามีแต่คนภายนอกเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ และทิ้งความเสื่อมโทรมไว้ให้กับชุมชน"

ทวีศักดิ์ ไตรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญทะเลแถบนี้ชนิดหาตัวจับยากจนถูกยกให้เป็น "ศักดิ์เล" เท้าความหลังให้ฟัง ก่อนเล่าถึงความสำคัญในอดีตว่า เมื่อราว 1- 2 พันปีที่แล้ว อ่าวลึกคือ หนึ่งเส้นทางเดินเรือสำคัญในแหลมสุวรรณภูมิ เชื่อมอันดามันกับอ่าวไทย เพราะมีการค้นพบหลักฐานมากมาย ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 1 อ่าวลึกเป็นเส้นทางลำเลียงพระราชทรัพย์จากหัวเมืองชายทะเลอันดามันไปยังส่วนกลางที่กรุงเทพฯ

"ทะเลอ่าวลึกมันไม่สวยเหมือนพีพี ลันตา เกาะห้อง หรือเกาะอื่นๆ ในกระบี่ แต่มันยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก มีปลาทู ปูตามฤดูกาล ส่วนกุ๊งแชบ๊วยธรรมชาติมีอยู่เยอะและมีให้จับทุกวัน"

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ทะเลแหวกอ่าวลึกเผยให้เห็นแนวสันทรายและสวนหินในอารมณ์แบบเซ็น
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
อาทิตย์อัสดงใต้เพิงผาแหลมไฟไหม้แห่งอ่าวลึก(ภาพ : ธีรภาพ โลหิตกุล)

ขณะที่ศักดิ์เลเล่า เรือหางได้แล่นเข้าสู่ดงภูเขาหินปูนที่ผุดโผล่ขึ้นมากมายกลางทะเลอันถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของทะเลอ่าวลึก ขุนเขาน้อยใหญ่เหล่านี้หลายลูกมีรูปทรงแปลกตาเปรียบดังประติมากรรมกลางแผ่นน้ำที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง โดยมี 2 เทือกเขาสำคัญที่เป็นดังคู่หูดูโอตัวชูโรงสำคัญทางการท่องเที่ยวอ่าวลึกทอดตัวขนานกันไปในทะเล คือ เทือกเขากาโรส และเทือกเขา“แหลมสัก”ที่เรือกำลังบ่ายหน้าเข้าหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าไม่ได้ศักดิ์เลเราคงไม่รู้ว่าในแนวเทือกเขาที่ตั้งตระหง่านนั้น จะมีเผิงผา เวิ้งถ้ำ ตามธรรมชาติซุกซ่อนอยู่หลายถ้ำทีเดียว และเพื่อพิสูจน์ว่าศักดิ์เลไม่ได้ขี้หก แกจึงพาเรือไปจอดเทียบท่าใต้ชะง่อนหินที่มีบันไดไม้เล็กๆให้ปีนเข้าไปในเวิ้งเว้าใต้ขุนเขาอันตระหง่านเงื้อม

ที่นี่ศักดิ์เลบอกว่าคือ "ผาค้อม" ที่ใครเข้ามาจะต้องมุดตัวก้มตัวลงค้อมคารวะต่อความเป็นไปของธรรมชาติโดยดุษฎี ผาค้อมถ้าใครไปยามเช้าตรู่จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นผ่านแนวเทือกเขาเบื้องหน้าโดยมีช่องโพรงและหินย้อยจากขุนเขาเป็นฉากหน้าที่น่าชมยิ่ง ส่วนถ้าใครไปถูกจังหวะเวลาที่น้ำขึ้นก็จะได้ชมความงามของผืนน้ำสีเขียวมรกตในลากูนที่ซุกซ่อนอยู่ภายในขุนเขาแห่งนี้

แต่งานนี้เราไปช่วงเย็น จึงกินแห้ว 2 ลูกไปตามระเบียบ ส่วนที่ไม่แห้วก็คือ การล่องเรือไปชม "ทะเลแหวกสวนหินเซ็น" ซึ่งเป็นคนละแนวกับทะเลแหวกอันซีนไทยแลนด์ที่เกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะด้ามขวาน

ทะเลแหวกสวนหินเซ็นเกิดจากเมื่อน้ำลดระดับลงสุดๆจะเกิดแนวสันทรายและแนวหินโสโครกเล็กๆ ผุดโผล่ขึ้นมา เห็นเป็นทรงรูปขวานคล้ายแผนที่ประเทศไทย โดยแนวสันทราย (ตะกนทราย) จะอยู่ที่ด้ามขวาน ส่วนที่ใบขวานนั้นจะเป็นแนวโขดหินและสันทรายที่รูปทรงจะเปลี่ยนไปตามจังหวะน้ำขึ้น - ลง และกระแสน้ำที่พัดผ่านสันทราย ดูคล้ายกับสวนหินเซ็นของญี่ปุ่นที่ใช้ "ตา" มองอย่างเดียวคงไม่ซึมซับเท่ากับการใช้ "ใจ" มอง

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
พลังแสงส่งท้ายวันที่อ่าวลึก
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
กาโรส ลูกเป็ดขี้เหร่

จากความน่าทึ่งของสวนหินเซ็นกลางทะเล ศักดิ์เลพาไปส่งดวงตะวันกันที่ "แหลมไฟไหม้" ซึ่งมีจุดเด่นเป็นหน้าผาชันและมีภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000 ปี รูปคล้ายหุ่นยนต์ในเรื่อง "ทเวนตี้เซนจูรี่บอย" ที่แฟนการ์ตูนและแฟนหนังเรื่องนี้อาจจะจินตนาการไปไกลว่า "เพื่อน" มาเขียนไว้หรือเปล่า ?

แหลมไฟไหม้ใช่มีดีที่ภาพเขียนสีเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกชั้นยอด เพราะอีกฝั่งของภาพเขียนสีมีหลืบถ้ำเว้าเข้าไปเห็นเป็นโฟร์กราวน์เงามืดของหินย้อยหยึกหยักในระหว่างที่ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า นับเป็นภาพพระอาทิตย์ตกในทะเลที่แปลกตาไม่น้อยเลย

หลังตะวันลาลับ แสงสุดท้ายแห่งวันได้ส่องประกายเป็นลำพุ่งขึ้นฟ้าคล้ายสปอร์ตไลท์ฉาบฉายไปทั่วบริเวณ ถือเป็นการส่งท้ายวันแรกในอ่าวลึกได้อย่างน่าประทับใจยิ่ง

โคลนร้อน - ถ้ำคลัง ธรรมชาติน่าทึ่ง

เช้าวันใหม่...

คณะเราตื่นแต่เช้ามืดตี 4 กว่าๆ รีบออกเดินทางจากโฮมสเตย์ที่พักเพื่อไปให้ทันสัมผัสกับ "หาดทรายร้อน" ที่บ้านถ้ำเสือ ต.อ่าวลึกใต้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์มหัศจรรย์ของธรรมชาติ

หาดทรายร้อนเกิดจากปรากฏการณ์ความร้อนของรอยเลื่อนมะรุ่ยที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินในบริเวณนี้ ส่งพลังความร้อนขึ้นมาบนพื้นผิวเกิดเป็นหาดทรายร้อนอันน่าทึ่ง ซึ่งพอน้ำลดลำคลอง (ถ้ำเสือ) บริเวณนี้จะเกิดเป็นสันดอนกว้าง มีร่องน้ำเค็มเล็กๆ ตื้นๆ แคบๆ ไหลผ่าน ช่วงหลังร่องน้ำมีควันพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินตลอดเวลา

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
สปาธรรมชาติในบรรยากาศหาดโคลนร้อน
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
พอกโคลนร้อนเสริมผิวสวย

หาดทรายร้อนหรือหาดร้อนเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกขาน แต่จากที่เราลงไปเดินสัมผัสเหยียบย่ำมันมีลักษณะเป็นหาดโคลนร้อนมากกว่า (แต่คนละแบบโคลนร้อนดำที่ภูโคลน แม่ฮ่องสอน) ซึ่งโคลนร้อนที่นี่ทางชมรมสปากระบี่ได้นำไปวิจัยพบว่ามีมีแร่ธาตุหลายตัวเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ดังนั้น ใครที่อุตส่าห์ตื่นแต่ไก่โห่มายังหาดแห่งนี้ นอกจากจะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแล้ว การเดินนวดเท้าไปบนพื้นโคลนร้อนหรือนั่งชิลล์เอาเท้าแช่ร่องน้ำร้อน (เค็ม) หรือซุกเท้าเข้าไปในโคลนร้อน มันช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายไม่น้อย เพราะเนื้อโคลนร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขนและจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือมันช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึงกระชับ ชาวบ้านที่นี่จึงนำโคลนร้อนที่คัดแล้วมาให้บริการพอกตัว แขน ขา รวมไปถึงการทำสปา (นวด) ในบรรยากาศธรรมชาติดิบๆ เพียวๆ บนหาดทรายร้อนน้ำเค็มที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองไทย

แต่...เมื่อของฟรีไม่มีในโลก ฉันใดก็ฉันเพล ที่ของดีแบบนี้ไม่มีพร่ำเพรื่อ เพราะหาดทรายร้อนจะผุดโผล่ปรากฏเป็นสันดอนกว้างเฉพาะยามน้ำลงในช่วงเช้ามืดราวตีห้าไปถึงช่วงสายๆ ของวันแรมหรือขึ้น 3-5 ค่ำของทุกเดือนเท่านั้น ถ้าใครไปผิดเวลาหรือผิดช่วงข้างขึ้นข้างแรมจะเห็นเป็นเพียงลำคลองธรรมดาๆ ฉะนั้นใครที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์จำเป็นต้องเลือกจังหวะและเวลาด้วย

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
หน้าต่างมนุษย์ถ้ำที่กาโรส
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
หน้าผาปีศาจ เทือกเขากาโรส

จากความน่าทึ่งเหนือพื้นพิภพ เราเดินทางต่อไปชมความน่าทึ่งใต้พื้นพิภพที่ "ถ้ำคลัง" ต.อ่าวลึกเหนือ ที่มีทั้งถ้ำน้ำและถ้ำบก ถ้ำน้ำสามารถซอกแซกเข้าไปชมโพรงถ้ำด้วยการล่องแคนู คยัคได้ ส่วนถ้ำบกนี่ถือเป็นไฮไลท์ในความพิสุทธิ์สด ดิบ และงดงามของถ้ำ เพราะในห้องต่างๆของถ้ำบกที่มีถึง 13 ห้องถ้ำนั้น เต็มไปด้วยอัญมณีหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิต (หินเป็น) เติบโตอย่างต่อเนื่อง หินเหล่านี้แต่ละปีค่อยๆ สะสมชั้นหิน (เป็นมิลลิเมตร) เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติปานเนรมิตมากมาย ทั้งหินรูปพระพุทธรูป หินหลอดกาแฟ หินรูปเจดีย์ หินปะการัง หินรูปม่าน รูปกลีบกรวย และเสาหินอีกมากมาย เปรียบประดุจดังคลังสมบัติใต้พื้นพิภพที่มีค่ายิ่ง

กาโรส ลูกเป็ดขี้เหร่

หินย้อยหลอดกาแฟในถ้ำคลัง
หาก "ตะลอนเที่ยว" เดินไปบอกหญิงสาวสักคนหนึ่งว่า "ไม่สวย" ถ้าไม่ถูกตบก็ถูกด่าเปิง แต่สำหรับที่เทือกเขา "กาโรส" ต.อ่าวลึกน้อย เรากล้าพูดได้เต็มปากว่า กาโรส..."ไม่สวย"

อ้าว!?! ถ้ากาโรสไม่สวยแล้วศักดิ์เลจะพามาเที่ยวทำไม เรื่องนี้เป็นเพราะกาโรสเป็นชื่อภาษายาวี แปลว่าไม่สวย ซึ่งคนสมัยก่อนคงตั้งตามลักษณะภูมิประเทศของเทือกเขาหินปูนริมชายฝั่งที่ดูตะปุ่มตะป่ำ เป็นโพรง ชะง่อน เวิ้ง ดูแล้วไม่เนียนตาเหมือนทะเลที่หาดสวย น้ำใส

แต่ปัจจุบันในชื่อไม่สวยของกาโรสกลับมีมนต์เสน่ห์หลากหลาย ชวนให้ล่องเรือหาง พายแคนู คยัค เข้าไปค้นหา ไม่ว่าจะเป็นจุดไฮไลท์อย่าง ลากูน (ทะเลใน) ที่เมื่อเข้าไปถูกจังหวะเวลาในยามน้ำขึ้นพอดีๆ จะมองเห็นน้ำทะเลในต้องแสงให้สีเขียวมรกตท่ามกลางผนังผาที่ปิดล้อม หน้าผาปีศาจ ที่ธรรมชาติ ลม ฝน ชะกร่อนหน้าผาสูงตระหง่านจนดูคล้ายรูปหน้าปีศาจ และหน้าต่างมนุษย์ถ้ำที่เป็นโพรงถ้ำมองออกไปเห็นขุนเขาและสายน้ำในพื้นที่กาโรสอันสวยงาม

นอกจากนี้กาโรสยังมีแนวขุนเขาหินผารูปร่างแปลกๆ ชวนจินตนาการ มีแนวผืนป่าชายเลนอันเขียวครึ้มอุดมสมบูรณ์ มีเวิ้งหน้าผาเต็มไปหินย้อยรูปร่างประหลาด มีหน้าผาสูงที่มีภาพเขียนสีโบราณทั้งรูปคนและรูปสัตว์ มีภาพวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่ลอยเรือออกเลทำมาหากินตามอัตภาพ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ช่วยขับแต่งให้ความไม่สวย ความขี้เหร่ ของชื่อกาโรส กลายเป็น "ลูกเป็ดขี้เหร่" แห่งกระบี่ขึ้นมา

กระบี่ มี 2 คม

แม้การมาอ.อ่าวลึกครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ว่าครั้งนี้เราได้เห็นแง่มุมทางการท่องเที่ยวของอ่าวลึกที่ลึกและคมมากกว่าครั้งไหนๆ ซึ่งนอกแหล่งท่องเที่ยวตามที่เล่าสู่กันฟังแล้ว อ่าวลึกยังมีแหล่งท่องเที่ยวเด่นๆ อย่าง หมู่เกาะห้อง ถ้ำเพชร ถ้ำลอดเหนือ - ใต้ ถ้ำผีหัวโต น้ำผุดมือปรบ ศูนย์ฝึกลิง ศูนย์ผ้าบาติก เป็นต้น

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ภาพเขียนสีโบราณที่กาโรส
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
แจวเรือในลากูน

และด้วยของดีที่มีมากขนาดนี้ ทำให้ชุมชนอ่าวลึกเลือกเดินหน้าเข้าสู่วิถีทางการท่องเที่ยวชุมชนที่ศักดิ์เลบอกว่า ที่นี่เน้นการทำการท่องเที่ยวชุมชนแบบพอเพียง ให้ธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดีขึ้น และธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมอยู่ดีไม่ถูกทำลาย

เรื่องนี้ สำหรับ "ตะลอนเที่ยว" แล้ว ถือเป็นหนังชีวิตที่ต้องติดตามกันอีกยาว เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า "เงิน" ไม่เข้าใครออกใคร แถมยังทำการท่องเที่ยวชุมชน“เจ๊ง”มาหลายแห่งแล้ว นอกจากนี้ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวยังมี 2 คม ไม่ต่างไปจากกระบี่ โดยคมหนึ่งให้คุณสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่วนอีกคมหนึ่งให้โทษทำลายธรรมชาติและวิถีชุมชน ซึ่งจำเป็นอย่างที่ชาวชุมชนจะต้องช่วยกันระมัดระวังไม่ให้คมด้านให้โทษหันกลับมาบาดทำร้ายชุมชนของตัวเอง



อ่าวลึก เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกระบี่ที่ชาวบ้าน 8 ชุมชนรวมตัวกันตั้ง "เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนอ่าวลึกขึ้น" ที่ชาวบ้านบริหารจัดการดูแลกันเองโดยมีภาครัฐบางหน่วยงานเป็นพี่เลี้ยง และมีกฏระเบียบที่ชัดเจนทั้งต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว อาทิ ชาวชุมชนต้องช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรในชุมชน ป้องกันคนนอกและในทำลายทรัพยากร ไม่มีการให้คนนอกเข้ามาร่วมทุนในชุมชนเพื่อป้องกันการครอบงำจากทุนใหญ่ ห้ามดื่มเหล้าเบียร์ในพื้นที่ชุมชนมุสลิม มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามแต่กรณี เช่น เที่ยวถ้ำแต่ละแห่งไม่เกิน 60 คนต่อวันและคนเที่ยวถ้ำต้องปฏิบัติตามกฏข้อบังคับการเที่ยวถ้ำและต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเคร่งครัด ส่วนเที่ยวทางทะเลไม่เกิน 120 คนต่อวันตามความสามารถในการรับคนของเรือ การพักค้างเป็นแบบโฮมสเตย์กระจายกันไปตามชุมชนต่างๆ

นอกจากนี้ผู้ที่จะเข้าไปสัมผัสวิถีการท่องเที่ยวชุมชนที่อ่าวลึกจำเป็นต้องแจ้งทางเครือข่ายก่อนล่องหน้า เพื่อให้ชาวบ้านได้จัดเตรียมที่พัก อาหาร เรือ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยสามารถแจ้งได้ที่ โทร.0-7563-4072, 08-6691-5151,08-7470-6661 และดูข้อมูลท่องเที่ยวอ่าวลึกเพิ่มเติมได้ที่ www.aoluktoday.com
ที่มาข้อมูล : ASTVผู้จัดการออนไลน์
จำนวนคนอ่าน 688 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved