จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | จับข่าวคุยกัน
   

ปัญหา "การหย่าร้าง" เรื่องที่ทุกบ้านไม่ควรมองข้าม!
   
เมื่อได้ยินเรื่อง "การหย่าร่าง" เป็นเรื่องที่ใครฟังแล้ว ย่อมเกิดความรู้สะเทือนจิตใจไม่น้อย และไม่ต้องการให้เกิดกับชีวิตสมรสของตัวเอง เพราะเป็นความโหดร้าย และเปลี่ยนแปลงความรู้สึกทั้งสามี และภรรยา รวมไปถึงตัวลูกที่จะรับผลกรรมหลังจากการหย่าร้างโดยตรง เด็กบางคนจึงมีชีวิตที่ขาด เกิดเป็นปมด้อยติดตัวตามไปเมื่อต้องเข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อน


ปัญหาการหย่าร้าง และการสมรสใหม่ของครอบครัว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้แนวโน้มจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของครอบครัวนั้นๆ จึงเกิดเป็นความกังวล และความกลัว สะท้อนได้จากผลวิจัยเรื่อง "การศึกษาความกลัวของนักเรียนที่มีต่อการหย่าร้าง และการสมรสใหม่ของครอบครัว" ที่สะท้อนความคิด และรู้สึกของเด็กต่อปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ทำการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น ด้วยวิธีการใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับความกลัวของของนักเรียนที่มีต่อการหย่าร้างและการสมรสใหม่ของครอบครัว เป็นกลุ่มนักเรียนในช่วงชั้นที่ 2 ซึ่งได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และช่วงชั้นที่ 3 ซึ่งได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวนทั้งสิ้น 20,507 คน จากทั้งหมด 95 โรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 1 อ.เมือง จ.ลพบุรี

ผลการวิจัยจากการสำรวจ "ภัสยกร เลาสวัสดิกุล" บัณฑิตหลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผย และสะท้อนให้เห็นว่า มีความกลัวเกิดขึ้น 7 ชนิดคือ ความกลัวการล้มเหลว ความกลัวการไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความกลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และความลำบากใจ ความกลัวการถูกกระทำจากบุคคลอื่น ความกลัวการถูกกระทำอันตรายภายในครอบครัว ความกลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้ และความกลัวการถูกทอดทิ้ง

"นักเรียนหญิงจะมีความกลัวในด้านการไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ กลัวการถูกกระทำจากบุคคลอื่น และกลัวถูกทอดทิ้งมากกว่านักเรียนชาย โดยจะมีความรู้สึกวิตกกังวลว่าตนเองจะสูญเสียถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่จากบุคคลที่ตนเองรักเหมือนเดิม โดยมักจะแสดงออกในลักษณะของการเสียใจ การเศร้าโศก หรือการเก็บซ่อนความทุกข์ใจไว้ภายใน ที่สำคัญเด็กหญิงจะมีความรู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัย กลัวจะได้รับอันตรายมากกว่าเด็กชาย ซึ่งต่างจากเพศชายที่มักจะแสดงออกในลักษณะของพฤติกรรมที่ต่อต้าน ก้าวร้าว หรือพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากกว่า"


ด้านอายุที่แตกต่างกันจะมีความกลัวต่อการหย่าร้างและการสมรสใหม่ของครอบครัวแตกต่างกันไปด้วย โดยเด็กมีอายุมากขึ้นอาจมีการรับรู้ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่มากขึ้น จึงทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้น เด็กที่มีอายุระหว่าง 13-15 ปี มีความกลัวมากกว่านักเรียนที่มีอายุระหว่าง 9-12 ปี โดยจะกลัวด้านความล้มเหลว ความกลัวการไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความกลัวการถูกกระทำจากบุคคลอื่น ความกลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้ และความกลัวการถูกทอดทิ้ง เด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้างจะมีความกลัวมากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวปกติ

สำหรับเด็กมีพี่น้องจากครอบครัวเดิมอยู่ด้วย มีความกลัวการถูกทอดทิ้งน้อยกว่าเด็กที่เป็นลูกคนเดียว เนื่องมาจากการมีพี่น้องย่อมช่วยให้เกิดการแบ่งปันความรู้สึกที่เกิดขึ้นอันเป็นผลที่เกิดมาจากการหย่าร้าง เด็กจะไม่รู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว หรือถูกทิ้งให้เผชิญสถานการณ์การหย่าร้างแต่เพียงลำพังคนเดียว ซึ่งต่างจากนักเรียนที่ไม่มีพี่น้องจากครอบครัวเดิมอาจรู้สึกว่าตนเองต้องถูกทอดทิ้งให้เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของคนเองโดยลำพัง ไม่มีคนคอยปรึกษา จึงทำให้เกิดความกลัวการถูกทอดทิ้งมากกว่า

"พ่อแม่ ก่อนที่คิดจะหย่าร้างควรตระหนักถึงผลที่ตามมาอันจะส่งผลกระทบต่อลูกด้วย ทั้งนี้หากมีความจำเป็นที่จะต้องหย่าร้าง บิดามารดาควรสร้างความเข้าใจ หรืออธิบายถึงสาเหตุหรือความจำเป็นของการหย่าร้างเพื่อให้เด็กเข้าใจ ผู้ปกครอง บุคคลในครอบครัว ตลอดจนผู้ใกล้ชิดควรทำความเข้าใจนักเรียนที่ต้องเผชิญกับปัญหาการหย่าร้างและการสมรสใหม่ของครอบครัว โดยคำนึงถึงความรู้สึก และสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วย

ด้านครูประจำชั้น ครูผู้สอน และครูแนะแนว หน้าที่สำคัญคือ ควรทำความเข้าใจถึงความรู้สึกที่นักเรียนต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว ให้กำลังใจแก่นักเรียนและจะเป็นพื้นฐานในการสร้างความเข้าใจถึงพฤติกรรมที่เด็กแสดงออก และจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการที่จะช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่กำลังเผชิญกับการหย่าร้างหรือการสมรสใหม่ของครอบครัว ให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นได้อย่างมีความสุข"
ภัสยกร ฝากทิ้งท้าย



ที่มาข้อมูล : ASTV ผู้จัดการออนไลน์
จำนวนคนอ่าน 1177 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved