จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
เมนูวันนี้
ร้านอร่อย
ข่าวประชาสัมพันธ์
กินเพื่อสุขภาพ
ไกด์นำเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | ชวนไปชิม | กินเพื่อสุขภาพ
   

ประโยชน์ของการกินถั่ว
   

น้องๆ ทราบหรือไม่ว่าการรับประทานถั่ว วันละ 1 กำมือสักหนึ่งปี ร่วมกับกินอาหารสไตล์แบบเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีผักผลไม้และปลาเป็นหลัก จะช่วยล้างความเสี่ยง ต่ออันตรายของโรคหัวใจที่มีอยู่ในตัวให้หมดลงได้ ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากนักวิจัยชาวสเปน แล้ววันนี้เรามีมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของถั่วมาฝากไปดูกันซิว่า ถั่วเจ้าเมล็ดเล็กๆ ที่เรามักรับประทานนั้น ประโยชน์จะมีมากแค่ไหน

การกินอาหารที่มีประโยชน์ และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคน และอาหารก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ร่างกายปราศจาก โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ อาหารธรรมชาตินี้ก็คือ อาหารหลากหลายที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูปทางอุตสาหกรรม "ถั่วเปลือกแข็ง" เช่น ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ ถั่ววอลนัต ถั่วพิสตาชิโอ ถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นตัวอย่างของอาหารธรรมชาติที่มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และสารที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูสุขภาพ

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าการรับประทานถั่วนั้น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ สมาคมโรคหัวใจทั้งไทยและเทศต่างยอมรับว่า ถั่วเป็นอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เพราะมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL) และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลง เมื่อรับประทานเป็นประจำคู่กับอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ

ถั่วเป็นอาหารที่มีไขมันสูง จึงมักถูกท้วงถามอยู่เสมอว่า "กินได้จริงหรือ ?" ไขมันส่วนใหญ่ในถั่วจะเป็นไขมันชนิดที่ดี นั่นคือ เป็นประเภท "ไขมันไม่อิ่มตัว" เวลาพูดถึงไขมันเราจะต้องแยกแยะชนิดที่ดีกับชนิดที่ไม่ดี ชนิดที่ไม่ดีนั้นมักจะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องหรือที่เราเรียกว่า "ไขมันอิ่มตัว" ได้แก่ เนย กะทิ และไขมันจากสัตว์ และไขมันทรานซ์ก็จัดว่าเป็นไขมันชนิดไม่ดีเช่นกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีคอเลสเตอรอล เพราะเป็นไขมันที่ทำจากพืช แต่เป็นเพราะได้ผ่านกระบวนการผลิตแปรรูป จึงทำให้ไขมันทรานซ์มีผลด้านลบต่อสุขภาพร่างกายมาก อาหารที่มีไขมันทรานซ์ ได้แก่ มาการีน ขนมปังกรอบ ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมอบเบเกอรี อาหารประเภทฟาส์ตฟูด เป็นต้น ไขมันทั้งสองชนิดนี้เมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณมากเป็นประจำ จะไปเพิ่มการสะสมของไขมันตามผนังหลอดเลือด เพิ่มการอักเสบ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแข็งและหลอดเลือดตีบ นำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ง่าย

ส่วนไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่มีมากในถั่วนั้นทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือ ขจัดคอเลสเตอรอล พบว่าการกินถั่ว (ในงานวิจัยใช้ถั่วอัลมอนด์) แทนขนมกรุบกรอบ ขนมเบเกอรีต่างๆ วันละ 2 ครั้ง จะสามารถลด LDL ลงได้ถึง 10%

คงจะไม่ใช่เพราะไขมันไม่อิ่มตัวตัวเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ แต่ถั่วเป็นอาหารที่มีสัดส่วนของสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นตัวรับผิดชอบในด้านนี้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ

  • แมกนีเซียม ที่ช่วยลดความดันโลหิต

  • โฟเลตและวิตามินบี เป็นตัวช่วยเปลี่ยนสารโฮโมซิสเตอีน (Homocystiene) เป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือด และลดระดับโฮโมซิสเตอีน

  • วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องหลอดเลือด

  • วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน ที่มีมากในถั่วลิสง มีส่วนช่วยลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL)

  • กรดไขมันอัลฟาไลโนเลอิก (ALA) ในถั่ววอลนัต จะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันโอเมก้า3 ในร่างกาย ช่วยป้องกันหลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดอุดตัน ช่วยควบคุมระดับไตรกลีเซอร์ไร
  • ด์
  • เส้นใยอาหาร ช่วยขจัดคอเลสเตอรอลไม่ดี
โรคหัวใจที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเดี่ยวๆ แต่มักพ่วงมากับโรคหรือภาวะอื่นๆ ที่เห็นได้ชัดคือ โรคเบาหวาน และภาวะการมีน้ำหนักตัวเกิน หรือโรคอ้วน พบว่าการกินถั่วเป็นประจำจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคเหล่านี้ได้

ทราบถึงประโยชน์อย่างนี้แล้ว น้องๆ "น้องๆ กินถั่วกันหรือยัง" ?
ที่มาข้อมูล : http://www.teenpath.net
http://dek-d.com
จำนวนคนอ่าน 15159 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved