จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
ปฏิทินท่องเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | ไกด์นำเที่ยว | แหล่งท่องเที่ยว
   

ตามรอยขอพร "พระเจ้าตาก"
   
พระบรมรูปพระเจ้าตาก ณ วงเวียนใหญ่

สมัยเป็นเด็กเราคงเคยได้เรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยกันมาว่า แม้ทุกวันนี้เราจะมีแผนดินอยู่อย่างอุ่นใจ แต่ในอดีตบรรพบุรุษของเราต้องสู้รบเพื่อเอกราชของชาติไทย และในครั้งสุดท้ายเมื่อเราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ก็ได้ "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" เป็นผู้ทรงกอบกู้เอกราช และสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีต่อมา

ด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อปวงชนชายไทย จนในภายหลังประชาชนทุกหมู่เหล่าจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญา "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" นั่นเอง

แต่กระนั้นก็ยังไม่วายที่มีคนไทยบางคนตีตนเสมอเจ้าคิดไปเองว่า ตนเองคือพระเจ้าตากกลับชาติมาเกิด เพียงเพราะชื่อภาษาอังกฤษสะกดไปพ้องกัน พร้อมๆกับการก่อการทำร้ายประเทศไทยในหลายครั้งหลายครา

พลับพลาสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ณ ค่ายกองดินปืน

อย่างนี้ภาษาชาวบ้านเขาเรียกพวก"นรกกินกบาล" ซึ่งเท่าที่รู้ๆกันอยู่ คนๆนั้นมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานไปกับมายาคติที่ตัวเองสมมุติขึ้นมา

เอาเป็นว่า "ตะลอนเที่ยว" ไม่อยากจะเอ่ยถึงคนๆ นี้สักเท่าไหร่ให้เปลืองเวลา ขอกลับมาที่พระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินกันต่อ ซึ่ง อาจารย์คฑา ชินบัญชร วิทยากรผู้นำทริป "ขอพรพระเจ้าตาก" โปรแกรมหนึ่งใน "โครงการเที่ยวทั่วไทยสุขใจเสริมมงคล" ที่ "ตะลอนเที่ยว" ติดสอยห้อยตามไปในทริปนี้ บอกกับพวกเราว่า

ค่ายกองดินปืน ในอดีตเคยเป็นค่ายที่พระเจ้าตากพักทัพก่อนเข้าตีเมืองจันทบูร

"ในความรู้สึกของอาจารย์ ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยังอยู่และปกปักษ์รักษาประเทศไทย ถ้าไม่เช่นนั้นดวงพระวิญญาณของพระองค์คงเป็นเทพไปแล้ว"

อ.คฑา ยังกล่าวอีกว่า "คนบางคนจงใจที่จะใช้วันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากสิน และคิดว่าตนเองเป็นพระเจ้าตากสินกลับมาเกิด เพื่อที่จะได้โยงไปถึงสถาบันกษัตริย์ในการล้มล้างราชวงศ์จักรี โดยเขาผู้นั้นอาจจะเชื่ออย่างนั้นโดยใครคนใดคนหนึ่งใช้กลยุทธนี้ ทำให้คนนั้นอาจจะเชื่อว่าตนเป็นพระเจ้าตากสินกลับมาเกิดซึ่งจะต้องแย่งชิงบัลลังก์กลับมาก็เป็นได้"

พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ในพลับพลา ค่ายกองดินปืน

ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นผู้ทำนายเรื่องราวกลับชาติมาเกิดนั้น แต่ก็ได้ดึงพระองค์ท่านลงมาแล้วทำให้แปดเปื้อนด้วยเรื่องราวที่พระองค์ท่านไม่ได้รับรู้ด้วยแต่อย่างใด ในทริปนี้ "ตะลอนเที่ยว" จึงจะขอพาคนไทยอันนับถือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไปถวายสักการะพร้อมทั้งขอขมาลาโทษที่ได้มีคนบางกลุ่มได้ทำการล่วงเกินในพระบุญญาธิการของพระองค์ท่าน

สำหรับสถานที่แรกเริ่มกันที่ "วงเวียนใหญ่" อันเป็นที่ตั้งของ "พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2496 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ลักษณะเป็นพระบรมรูปทรงเครื่องกษัตริย์ประทับบนหลังม้า ทรงพระมาลา เบี่ยงหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ จ.จันทบุรี พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบชูออกไปเหนือพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายทรงบังเหียนท่านำพลรุกไล่ข้าศึก โดยในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี จะมีพิธีถวายบังคม และมีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของพระองค์ที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ แห่งนี้

วัดกองดิน
พระพุทธภัทรปิยประกาศิต วัดกองดิน

หลังสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่เอาฤกษ์เอาชัย พวกเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง (ฮิ) เพื่อไปยัง "วัดกองดิน" ต.กองดิน อ.แกลง วัดที่ได้ชื่อว่าเป็นหมุดประวัติศาสตร์ลำดับที่ 26 สุดท้ายของเขต จ.ระยอง ในเส้นทางสายเอกราชการเดินทัพของพระเจ้าตากสิน เมื่อคราวยกทัพไปเพื่อตีเมืองจันทบูร หรือปัจจุบันคือเมืองจันทบุรี ในปี พ.ศ.2310

วัดกองดินแห่งนี้มีเรื่องราวของพระเจ้าตากสินมากมาย ตั้งแต่ "ค่ายกองดินปืน" ที่อดีตเมื่อ 200 กว่าปีก่อน เมื่อครั้งที่กรุงศรีอยุธยามีข้าศึกพม่ายกทัพมาประชิดพระนคร บ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย พระยาตาก (ยศในขณะนั้นของพระเจ้าตากสิน) เห็นว่าหากอยู่ช่วยรบทำการป้องกันพระนครอาจแพ้แก่ข้าศึก จึงตัดสินใจรวบรวมไพร่พลราว 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าไปยังหัวเมืองชายทะเลตะวันออกเพื่อรวบรวมกำลังไพร่พล

พระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ที่ศาลพระเจ้าตากสิน เมืองจันท์

ระหว่างเส้นทางเดินทัพไปเมืองจันทบูรก็ได้มาตั้งค่ายหยุดพักทัพม้าทัพช้างและไพร่พล เพื่อตำดินปืนไว้ใช้ในการออกศึกสงครามที่นี่ จึงเป็นที่มาของชื่อกองดินปืน ซึ่งปัจจุบันบริเวณนี้ก็ได้กลายเป็นค่ายกองดินปืน และได้สร้าง "พลับพลา พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ไว้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหาวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทย

และระหว่างที่หยุดพักทัพก่อนจะเคลื่อนพลไปตีเมืองจันทบูรก็ได้ทรงนำเหล่าแม่ทัพนายกอง ทหารหาญผู้กล้าร่วมประกอบพิธีพลีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ทรงนำอธิฐานจิตปลูกโพธิ์สามต้นร่วมกัน ตั้งสัตยาอธิฐานร่วมใจเป็นกุศโลบายปลุกกระตุ้นจิตสำนึกของทหารหาญให้มีชัยชนะต่ออริราชศัตรู กอบกู้เอกราชชาติไทยกลับคืนมาจากพม่า และยังตั้งพระราชมโนปณิธานถวายเป็นพุทธบูชา ที่บริเวณต้นโพธิ์สามต้นนี้อีกด้วย

กระดูกที่ผ่านการเผาแล้วที่วัดทองทั่ว เชื่อว่าเป็นพระอัฐิของพระเจ้าตาก
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ากันต่อมาว่าในการออกรบทุกครั้ง พระเจ้าตากสินได้อัญเชิญ "พระปกาศิตพุทธนำชัย" พระพุทธรูปคู่บารมีขึ้นเป็น "พระชัยหลังช้าง" ร่วมสู้ศึกสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพเสมอ ทำให้มีชัยชนะเหนือข้าศึกศัตรูทุกครั้งไป ซึ่งพระปกาศิตพุทธนำชัย นั้นเป็นต้นแบบในการหล่อส่วนขยาย "พระพุทธภัทรปิยประกาศิต" พระประธานในอุโบสถวัดกองดิน และในตำนานยังได้เล่าว่า ในพระเศียรจอมกระหม่อมเกศบัวตูมขององค์หลวงพ่อปกาศิตองค์ต้นแบบนี้ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้จำนวนหนึ่ง และมีเหล่าเทพเทวาชั้นสูงรักษาอยู่ถึง 9 พระองค์ อีกด้วย

ได้ฟังขนาดนี้พวกเราก็รีบตั้งจิตอธิฐานกราบไหว้ขอพรกันกันทันที จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปยัง จ.จันทบุรี สู่ "วัดทองทั่ว" ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง วัดซึ่งเชื่อว่าเป็นที่เก็บ "พระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสิน" ซึ่งตามประวัติเล่าว่า กระดูกที่นำมาเก็บรักษาไว้นี้เป็นพระอัฐิของพระเจ้าตาก เนื่องจากเมื่อพบครั้งแรกเมื่อคราวปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและพระประธานในโบสถ์เมื่อปี พ.ศ.2472 มีแผ่นทองซึ่งเขียนเป็นภาษเขมรบรรจุไว้ในโกศเขียนไว้ว่า เป็นพระอัฐิพระเจ้าตาก พระยาจันทบูร (จันทบุรี) นำมา ที่ปัจจุบันแผ่นทองคำแผ่นนั้นได้สูญหายไป

ขณะนี้แม้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นพระอัฐิของพระเจ้าตากหรือไม่ แต่ผู้คนก็พากันนับถือเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่วัดทองทั่วยังเป็นวัดที่เก่าแก่คาดว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเก็บรักษาศิลปวัตถุสมัยขอมหลายชิ้น ใกล้ๆ กันนั้นมี "โบราณสถานเมืองเพนียด" ซึ่งเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่สุดของจังหวัด และเชื่อว่าน่าจะเก่ากว่านครวัดนครธมของเขมร

และในเวลาต่อมาสมัยพระเจ้าตากสิน พระองค์ก็ได้เลือกเมืองจันทบุรีเป็นที่รวบรวมไพร่พลและเสบียงอาหาร รวมไปถึงการต่อเรือ จนในที่สุดก็สามารถกู้ชาติไทยคืนจากพม่าได้สำเร็จ ความผูกพันของคนเมืองจันกับพระเจ้าตากจึงปรากฏเป็นสถานที่สำคัญหลายๆ แห่ง

สำหรับสถานที่สำคัญอีกแห่งในจังหวัดจันทบุรีก็คือ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ต.วัดใหม่ อ.เมือง ที่คนเมืองจันท์เคารพนับถือและเดินทางมาสักการะกันไม่ได้ขาด

ศาลพระเจ้าตากสินทรงเก้าเหลี่ยม

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เดิมเป็นเพียงศาลไม้ ต่อมาในปี พ.ศ.2534 ประชาชนชาวจันทบุรีได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างศาลขึ้นใหม่ เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยมสร้างด้วยหินอ่อน พื้นเป็นหินแกรนิต หลังคาเป็นรูปพระมาลายอดแหลมประดับลวดลายทอง สูงประมาณ 17 ม. ภายในประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯในลักษณะประทับนั่งทรงเมือง หล่อด้วยทองเหลืองรมดำ ผนังภายในเขียนลายไทยพุ่มข้าวบิณฑ์ไว้อย่างสวยงาม

ขณะที่ด้านข้างของศาลแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของ"ศาลหลักเมืองจันทบุรี"ที่สันนิษฐานว่า พระเจ้าตากสินทรงสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เสด็จเข้าเมืองจันทบุรี ซึ่งพวกเราก็ได้สักการะกราบไหว้เป็นการปิดท้ายทริปขอพรพระเจ้าตาก อย่างสุขใจ และหวังว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชคงช่วยปกปักษ์รักษาแผ่นดินไทยที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชคืนมาให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีอริศัตรูผู้ใดมาทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ของพวกเราปวงชนชาวไทยได้เถิด



เส้นทาง "ขอพระพระเจ้าตาก" เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง "ตามรอยมังกร ขอพรพระเจ้าตาก" ในโครงการ"เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ที่มาข้อมูล : ASTVผู้จัดการออนไลน์
จำนวนคนอ่าน 4704 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved