จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
ปฏิทินท่องเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | ไกด์นำเที่ยว | แหล่งท่องเที่ยว
   

พระธาตุแช่แห้ง
   

วัดพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตี๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไป ประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งมีพระธาตุแช่แห้งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของวัดมีอายุกว่า 600 ปี โดยพระยากานเมือง โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีความสูง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทองเหลืองปิดทองคำเปลวหมดทั้งองค์ สามารถมองเห็นได้แต่ไกล เนื่องจากสูงถึง 2 เส้น เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัย

ตำนานพระธาตุแช่แห้ง

พระธาตุแช่แห้ง
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เมืองน่านมีเจ้าผู้ครองนครติดต่อกัน จำนวน 64 พระองค์ แต่เริ่มมีความเด่นชัดในสมัยพระยากานเมืองซึ่งครองเมืองน่าน ระหว่างปี พ.ศ.1896-1906 ซึ่งตรงกับสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท ครองกรุงสุโขทัย พระมหาธรรมราชาลิไทได้เกณฑ์พระยากานเมืองไปสร้างวัดหลวงอภัยขึ้น ณ สถานที่ตั้งของสวนหลวงที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช โปรดให้ปลูกมะม่วง ต่อมาภายหลังวัดแห่งนี้ได้ชื่อว่า "วัดป่ามะม่วง"

หลังจากเสร็จภารกิจทั้งปวง พระมหาธรรมราชาลิไทได้มอบพระบรมธาตุให้แก่พระยากานเมือง พร้อมพระราชทานพระพิมพ์เงิน พระพิมพ์ทองอย่างละ 20 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานที่เมืองวรนคร ครั้นเมื่อพระยากานเมืองกลับถึงเมืองวรนครแล้ว จึงได้นำความปรึกษาหารือกับพระมหาเถระธรรมบาล สังฆราชในยุคนั้นว่าควรจะบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ และเทวดาพึงกราบไหว้ไว้ในแผ่นดินวรนคร ณ ที่แห่งใด พระมหาเถระธรรมบาลได้กราบทูลว่า ภูมิสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินมหาบพิตรก็คือ เนินศรีภูเพียง พระยากานเมือง จึงโปรดให้สร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น และได้อัญเชิญพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ ให้ชื่อว่า พระธาตุศรีภูเพียง

ในปี พ.ศ.1902 พระยากานเมืองจึงได้ย้ายเมืองวรนครมาตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองเต่า หากสืบไปภายหน้าบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้น ก็สามารถขยายเมืองให้กว้างขวางออกไปจนถึงเขตเมืองแพร่ ทว่าในปี พ.ศ.1911 แม่น้ำน่านได้เปลี่ยนสาย เมืองวรนครของพระยากานเมืองเกิดความแห้งแล้งขาดน้ำ พระยาผากอง โอรสของพระยากานเมืองจึงได้ย้ายเมืองอีกครั้งมาตั้งที่บ้านห้วยไค้ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองในปัจจุบัน ปล่อยทิ้งให้พระธาตุศรีภูเพียง ตั้งอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งริมฝั่งน่านนทีที่เปลี่ยนสาย ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกชื่อพระธาตุองค์นี้ว่า "พระธาตุแช่แห้ง"

ทุกๆ ปีเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 เหนือ ชาวเมืองน่านจึงพร้อมใจกันจัดงานเทศกาลนมัสกาลพระธาตุแช่แห้ง หรือที่รู้จักชื่อในงาน "6 เป็งไหว้สาพระธาตุแช่แห้ง" เพื่อน้อมนำเอาพุทธศาสนามาปกป้องเมืองน่านให้ร่มเย็นเป็นสุข และให้ชาวเมืองน่านตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี



โบราณสถานที่สำคัญภายในวัด

  • องค์พระธาตุ

    ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง บุด้วยทองจังโก ปิดทองคำเปลวอีกชั้น สีเหลืองอร่ามตลอดทั้งองค์ ส่วนฐานทำเป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ รองรับฐานบัวแก้วย่อเก็จ ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมและแปดเหลี่ยม ซ้อนลดหลั่นกันสามชั้น รับชั้นมาลัยเถาสามชั้น องค์ระฆังมีขนาดเล็กประดับลายดอก บัลลังก์ทำเป็นแท่นสี่เหลี่ยมย่อเก็จ รูปแบบของเจดีย์พระธาตุแช่แห้งแห่งนี้ คงได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย หากแต่ต่อเติมแก้ลายบางส่วนโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่า เช่น ฐานหน้ากระดานกลมแก้เป็นหน้ากระดานสี่เหลี่ยมแปดเหลี่ยม และชั้นบัวคว่ำเหนือฐานแปดเหลี่ยมตกแต่งเป็นลายกลีบบัวหรือลายใบไม้แทน เมื่อล่วงเข้าพุทธศตวรรษที่ 24 แล้ว

    วิหารหลวง
    พระธาตุแช่แห้งน้อย

  • วิหารหลวง

    อยู่ทางทิศใต้ขององค์พระธาตุ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ลักษณะของวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูทางเข้าสี่ด้าน ที่ประตูทางเข้าด้านหน้ามีปูนปั้นรูปสิงห์สองตัวตามแบบศิลปะพม่า เหนือกรอบประตูด้านหน้าและหลัง ประดับลายปูนปั้นเป็นรูปนาคเกี่ยวกระหวัดกันแปดตัว หลังคาทรงจั่วซ้อนลดหลั่นกันสามชั้นตามแบบล้านนา ที่น่าสนใจ คือ ตรงกลางสันหลังคาทำเป็นส่วนหางของนาคสองตัวเกี่ยวกระหวัดกันขึ้นไปเป็นสามชั้น เป็นศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากล้านช้างที่งดงามและหาดูได้ยากในปัจจุบัน

    วิหารหลังนี้สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นก่อนการสร้างพระเจ้าล้านทอง พระประธานของวิหารที่สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2065 โดยพญาคำยอดฟ้า ไม่นานนัก ต่อมาได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายต่อหลายครั้ง กระทั่งในปี พ.ศ.2448 พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ได้สั่งให้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ ดังที่เห็นในปัจจุบัน และกรมศิลปากรได้ซ่อมครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2528


  • พระธาตุแช่แห้งน้อย

    อยู่ด้านนอกกำแพงแก้ว เป็นเจดีย์ที่สร้างเลียนแบบ "พระบรมธาตุ ชเวดากอง" ของพม่า หรือพระธาตุแช่แห้งน้อย อีกชื่อหนึ่งว่า พระธาตุตะโก้ง (พระธาตุตะโก้งนี้ เป็นชื่อเรียก พระมหาเจดีย์ชเวดากองของพม่าด้วย) ซึ่งมีอายุเก่าแก่คู่พระบรมธาตุแช่แห้งมาแล้ว ประวัติไม่ปรากฏ เข้าใจว่า ตอนสร้างเจดีย์องค์นี้ เมืองน่านอยู่ในอิทธิพลการปกครองของเมืองพม่า มีการบูรณฯ ในสมัยเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช ช่วงปี พ.ศ.2462-2463 โดยมี "น้อยยอด" เป็นนายช่างในการบูรณฯ ในปัจจุบัน มีการบูรณขึ้นมาใหม่ไม่กี่ปีมานี้เอง โดยกรมศิลปกร แต่เมื่อนับย้อนไป มีการบูรณฯ ครั้งแรกสุดคือ สมัยของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 61 เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2389


  • ศาลเจ้าหลวงท้าวขาก่าน
    ศาลาวิหารของพระเจ้าทันใจ


  • ศาลเจ้าหลวงท้าวขาก่าน

    หลวงท้าวขาก่าน เป็นเจ้าเมืองน่านในยุคโบราณอีกองค์หนึ่ง ที่มีความสำคัญในการสร้างพระธาตุแช่แห้งแห่งนี้มาก คือ เดิมท่านเป็นเจ้าอยู่เมืองเชียงใหม่ ได้รับบัญชาให้มาปกครองเมืองน่าน ซึ่งแต่เดิมเมืองน่านได้ตั้งอยู่บริเวณภูเพียงแช่แห้งแห่งนี้ ท่านได้มาทำการขุดค้นฐานเจดีย์แช่แห้งเก่า ซึ่งมีลักษณะจอมปลวก ได้เจอเข้ากับ พระพิมพ์เงินพระพิมพ์ทองของพระเจ้าลิไท ท่านจึงได้สร้างพระบรมธาตุแช่แห้งครอบเจดีย์องค์เดิมไว้จนสำเร็จ ต่อมาท่านจึงได้ย้ายไปปกครองเมืองเชียงราย


  • ศาลาวิหารของพระเจ้าทันใจ

    มีพระเจ้าทันใจ 3 พระองค์มีประวัติที่มาไม่แน่ชัด ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ขอพรสิ่งใดจะได้สิ่งนั้นทันใจเลยก็ว่าได้ มีอายุกว่า 600 ปี มาแล้ว
ที่มาข้อมูล : www.chiangmainews.co.th
www.dhammajak.net
www.bloggang.com
จำนวนคนอ่าน 526 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved