จับข่าวคุยกัน
จูงลูกดูหนัง
ชวนไปชิม
ไกด์นำเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
ปฏิทินท่องเที่ยว
บ้านและสวน
 

 
หน้าแรก | มุมผู้ปกครอง | ไกด์นำเที่ยว | แหล่งท่องเที่ยว
   

ดอยอ่างขาง
   
สวนแปดสิบไฮไลท์อันโดดเด่นแห่งดอยอ่างขาง

"ถ้าพ่อหลวงของคนไทยไม่มาทรงสร้างไว้ ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าดอยอ่างขางจะเป็นอย่างไรบ้าง"

เสียงนักท่องเที่ยวอาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมาในขณะที่กำลังเดินชมความงามของสวนแปดสิบ หนึ่งในไฮไลท์สวนสวยแห่ง "ดอยอ่างขาง"

"ผู้จัดการท่องเที่ยว" ฟังคำของท่านผู้อาวุโสแล้ว รู้สึกโดนใจอย่างแรง เพราะเท่าที่ดอยอ่างขางมีบรรยากาศสวยงามจับจิตจับใจ ก็เนื่องมาจากพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พลิกฟื้นผืนแผ่นดินดอยอ่างขางจากไร่ฝิ่นและป่าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นพื้นที่โครงการหลวงแห่งแรกของเมืองไทยในปี พ.ศ.2512

หลังจากนั้นมาดอยอ่างขางก็พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของเมืองไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนมากที่ขึ้นไปแอ่วดอยอ่างขาง ต่างก็ล้วนแต่ประทับใจในดินแดนแห่งนี้กันถ้วนหน้า

บรรยากาศสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยที่สวนแปดสิบที่อบอวลไปด้วยดอกไม้
ในสวนแปดสิบไม่ว่าจะมองขึ้นหรือลง
ก็สวยงามทั้งนั้น

สำหรับสถานที่น่าสนใจในดอยอ่างขางนั้น "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และส่วนนอกพื้นที่สถานีฯ

ยลเสน่ห์ชนเผ่าเคล้าสีสันธรรมชาติ

ด้วยพระราชดำริ "ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก" ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วันนี้ชาวไทยภูเขาบนดอยอ่างขางเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชผักและผลไม้ขาย ทำให้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และผลพวงทางอ้อมก็คือหมู่บ้านของพวกเขากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

สินค้าทำมือจากเด็กๆ ชาวไทยภูเขา
มีให้เลือกซื้อทั่วไปในวันหยุด
บริเวณสวนแปดสิบ
โดยในพื้นที่ดอยอ่างขางมีหมู่บ้านชาวไทยภูเขาหลายหมู่บ้านที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งหากใครอยากจิบชาในกระบวนการทำแบบโบราณ ท่ามกลางสีสันของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชนเผ่ามูเซอดำและมูเซอแดงก็ให้ไปที่ "หมู่บ้านขอบด้ง" ที่ไม่เพียงแค่มีสีสันชีวิตวัฒนธรรมให้ชมเท่านั้น แต่หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสินค้าการเกษตรและของที่ระลึกฝีมือชาวบ้านให้เลือกช้อป มีจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่งดงามให้กับนักท่องเที่ยวที่ขยันตื่นเช้าเดินทางไปชมในความงาม

อีกหมู่บ้านที่นับเป็นหนี่งในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็คือ "บ้านนอแล" หมู่บ้านนี้มีสีสันชีวิตวัฒนธรรมของชนเผ่า "ปะหล่อง" หรือ "ดาละอั้ง" ให้เลือกสัมผัส ควบคู่ไปกับเสน่ห์ความงามของทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตาบริเวณชายแดนไทย - พม่า พร้อมด้วยเสียงใสๆของไกด์ตัวน้อยชาวปะหล่องที่มากันในชุดสดใส ซึ่งจะมาเล่าเรื่องราวของชนเผ่าและพาเดินชมทิวทัศน์ไปจนทั่วบริเวณ

นอกเหนือจาก 2 หมู่บ้านที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เล่ามาแล้ว บริเวณภายนอกสถานีฯอ่างขางก็มีจุดเที่ยวที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น บ้านคุ้ม ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีฯ หมู่บ้านนี้มีสินค้าพื้นเมืองและร้านอาหารรวมไปถึงที่พักอยู่หลายเจ้าทีเดียว โดยบ้านคุ้มจะคึกคักตั้งแต่ประมาณ 7 โมงเช้าไปจนถึงประมาณ 3 ทุ่ม

ด้านใครที่ชอบผจญภัยก็อาจจะเดินป่าขึ้นไปยังจุดสูงสุดดอยอ่างขาง ที่มีความสูง 1,958 เมตรจากระดับน้ำทะเล พร้อมๆ กับชมความงามของกุหลาบพันปีที่ขึ้นตามธรรมชาติจำนวนมาก ส่วนใครชอบดูนกบนดอยอ่างขางก็มีจุดอยู่นกอยู่หลายจุด ใครชอบขี่จักรยานก็มีเส้นทางจักรยานให้เลือกขี่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม ส่วนใครอยากสัมผัสอารมณ์แปลกใหม่ก็ลองไปขี่ล่อชมธรรมชาติในยามเย็นก็ดูเก๋ไม่หยอก

สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ในสถานีฯ อ่างขาง

นอกสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจฉันใดก็ฉันเพลที่ในสถานีฯ ก็มีจุดน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นเที่ยวอย่างไร เราก็ขอแนะนำว่าให้ลุยถั่วแวะชมจุดที่น่าสนใจตั้งแต่ไล่ไปตั้งแต่ทางเข้าปากทางเข้าสถานีฯที่ฝั่งซ้ายมีอาคารแปลงกุหลาบ ส่วนฝั่งขวามีซาสี่ เอ้ย!!! ไม่ใช่ฝั่งขวามีอาคารไม้ดอกเมืองหนาว

"ผู้จัดการท่องเที่ยว" ขอบอกว่าสวยงามทั้ง 2 ฝั่ง โดยในอาคารไม้ดอกฯ นั้น เห็นภายนอกเป็นอาคารธรรมดาๆ แต่ว่าภายในมีการตกแต่งภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีน้ำตกจำลองเล็กๆ ที่น้ำใสไหลเย็นคอยให้ความชุ่มชื้นชุ่มฉ่ำท่ามกลางดงดอกไม้หลากสีสารพัดพันธุ์ ที่จัดตกแต่งอย่างเข้ากัน ลงตัวไปทั่วบริเวณ

ดอกไม้สีม่วงสดใสหาชมได้
ที่สวนรับเสด็จ
ส่วนฝั่งซ้ายแปลงกุหลาบก็มีกุหลาบทั้งสีแดง ชมพู ขาว เหลือง ออกดอกชูช่อสวยงามอยู่มากมายหลายต้น โดยส่วนมากก็จะเป็นโคตรดอกกุหลาบที่มีดอกบานใหญ่เท่าหน้า เท่าฝ่ามือ ซึ่งก็ทำเอาสาวๆ หลายๆ คนที่เห็นออกอาการวี๊ด ว้าย ในทันทีที่ได้เห็น บางคนลงทุนเก็กหน้าถ่ายรูปข้างดอกกุหลาบบานอย่างไม่กลัวหนามกุหลาบจะข่วนหรือกลัวใบหน้าจะนำพาดอกกุหลาบเหี่ยวเฉา

ผ่านพ้นไปจาก 2 อาคาร ถนนเบื้องหน้าก็แยกเป็น 2 สาย หากไปทางซ้ายเป็นแปลงไม้ผลเมืองหนาว อย่าง สาลี่ บ๊วย กีวี พลัม พีช ที่ในช่วงนี้ไม่มีผลให้เห็นเพราะผลไม้พวกนี้ออกในหน้าร้อน ส่วนเส้นทางขวามือมีสวนบอนไซ และโดมไม้แล้งเป็นจุดดึงดูด

ใครชอบแบบไหนก็ไปตามทางสายนั้นกันได้ตามสะดวก แต่ถ้าอยากให้ครบถ้วนกระบวนความงามควรไปและกลับคนละทางกัน ซึ่งถนนทั้ง 2 สายต่างก็ไปบรรจบกันบริเวณสโมสรอ่างขางที่มีความงามของสวนหลายรูปแบบให้เลือกชม อาทิ สวนรับเสด็จ ที่มีการจัดตกแต่งไม้ดอกไม้ใบอย่างกลมกลืนเข้ากันไปตามไหล่เขา สวนหอมที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หอมนานาชนิด สวนกุหลาบอังกฤษที่รวบรวมกุหลาบสายพันธุ์อังกฤษไว้มากมาย

ทั้ง 3 สวนนี้อยู่ในบริเวณเดียวกันทางด้านหลังสโมสร ส่วนทางด้านหน้าสโมสรก็มีสวนคำดอย ที่มีการรวบรวมดอกคำดอยหรือกุกลาบพันปีและไม้ดอกเมืองหนาวไว้มากมายหลายชนิด

และก็มาถึง สวนแปดสิบ ที่ถือเป็นไฮไลท์แห่งสถานีฯ อ่างขาง ที่นักท่องเที่ยวส่วนมากต่างยกให้พื้นที่นี้เป็นดังสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เนื่องจากว่าอบอวลไปด้วยดอกไม้เล็กใหญ่สวยๆ งามๆ มากมาย ในรูปแบบการจัดสวนประดับที่ลดหลั่นกันไปตามไหล่เขาอย่างงดงาม

โดยด้านหน้าสวนแปดสิบจะมีไม้ประดับที่ดูคล้ายกะหล่ำดอกยักษ์สีม่วง และขาว จัดเป็นกลุ่มเรียงรายล้อไปกับทางเดินชมสวนที่แซมด้วยดอกไม้เล็กๆหลากหลายสี

ดอกกุหลาบที่มีดอกบานใหญ่
เท่าหน้า เท่าฝ่ามือ
ส่วนสูงขึ้นไปก็จะเป็นดอกไม้ที่ขึ้นเป็นช่อเป็นพุ่มให้สีแดง เหลือง ชมพู และอีกสารพัดสีขึ้นดารดาษทั่วไป ซึ่งหากมองขึ้นไปก็จะเห็นที่ประทับของพระราชินีที่เรือนไม้แบบสวิสเซอร์ตั้งโดดเด่นโดยมีดอกไม้สวยงามและต้นเปาโลเนียเป็นฉากหน้า ส่วนถ้าเรามองย้อนหลังกลับมาก็จะเห็นดงดอกไม้ขึ้นอยู่มากมายโดยมีฉากหลังเป็นหุบเขาที่กว้างไกล ซึ่งไม่ว่ามองขึ้นหรือมองลงก็สวยงามทั้งนั้น

และหากใครไปเยือนที่สวนแปดสิบในวันหยุดก็จะได้พบกับชาวไทยภูเขานำของที่ระลึกทำมือมาวางขาย ใครที่ชอบช้อปสินค้าพื้นเมืองหรือใครอยากกระจายรายได้ก็เลือกจับจ่ายกันได้ โดยสินค้าที่ชาวไทยภูเขานำมาขายนั้นราคาไม่แพง ส่วนใครจะต่อรองราคาให้ลดลงมาได้เท่าไหร่ก็ขึ้นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้

สำหรับมนต์เสน่ห์ของดอยอ่างขางอีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่กล่าวขานถึงของคนทั่วไปก็คือ เรื่องของความหนาวเย็น ที่บางปีอากาศเย็นจัดจนติดลบ บางปีเกิดแม่คะนิ้ง ทำให้ช่วงหน้าหนาวของแต่ละปีมีคนเดินทางไปแอ่วอ่างขางกันจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของสถานีฯอ่างขางได้บอกกับ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ว่าจริงๆ แล้วดอยอ่างขางสวยงามน่าเที่ยวทุกฤดู

แน่นอนว่าหน้าหนาวมีสายหมอกขาว พราวฟูฟ่อง มีดอกไม้งามกับอากาศที่หนาวเหน็บ

ส่วนหน้าฝนป่าก็เขียวสดชื่น มีฝนเป็นละอองโปรยปรายคละเคล้าไปกับบรรยากาศหมอกฝนที่ดูให้อารมณ์เปลี่ยวเหงาไม่น้อย

และหากถ้าใครมาอ่างขางหน้าร้อนก็จะได้เจอกับอากาศที่เย็นสบาย มีผลไม้เมืองหนาวให้เลือกกินมากมาย

เรียกได้ว่าไปแอ่วอ่างขางฤดูไหน เราก็จะได้พบกับมนต์เสน่ห์ของความงามที่แตกต่างกันไปบนดอยสวยรวยเสน่ห์ที่ "ถ้าพ่อหลวงของคนไทยไม่มาทรงสร้างไว้ ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าดอยอ่างขางจะเป็นอย่างไรบ้าง"




สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการหลวงแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นตลอดปี เนื่องจากมีความสูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร มียอดสูงสุด 1,928 เมตร เริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาว สำหรับส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาปลูกทดแทนฝิ่น

การเดินทางสู่ดอยอ่างขาง สามารถไปได้ 2 เส้นทาง

  1. จากถนนเชียงใหม่ - ฝาง ผ่านสามแยกเชียงดาว บ้านอรุโณทัย และบ้านผาแดง เป็นระยะทาง 161 กม.


  2. จากถนนเชียงใหม่ - ฝาง ผ่านสามแยกทางขึ้นดอยอ่างขาง บ้านปางควาย ระยะทาง 162 กม. ระยะทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ ถึงสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ระยะทาง 162 กม.
หากไปโดยรถประจำทางจากอาเขต (สถานีเดินรถเชียงใหม่) นั่งรถบัสเชียงใหม่ - ฝาง (60 บาท) ลงที่ปากทางแม่งอน จากนั้นต่อรถ 2 แถว (50 บาท) จากแม่งอนขึ้นสู่สถานีฯอ่างขาง ส่วนใครที่จะเหมารถ 2 แถว ราคาตกประมาณคันละ 300 บาท

ส่วนใครที่ต้องการค้างแรมบนดอยอ่างขาง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง 0-5345-0107 ควรสำรองห้องพักก่อนประมาณ 15-30 วัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คนเยอะเป็นพิเศษ

ที่มาข้อมูล : ผู้จัดการ
จำนวนคนอ่าน 1242 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved