ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | เรื่องน่ารู้
   

โสม...รากไม้ที่มีคุณค่าและราคาแพง
   



โสม (ginseng) เป็นพืชสมุนไพร (medicinal plants) ซึ่งชาวเอเชียนิยมนำมาใช้ในอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผสมในตำรับยาพื้นบ้านและเครื่องสำอางกันมากขึ้น เนื่องจากเชื่อมั่นว่ามีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายนานัปการ เช่น ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย มีศักยภาพที่ช่วยป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ และข้อสำคัญของการนิยมในคุณค่าของสมุนไพร คือ ให้ผลข้างเคียวน้อยกว่าตัวยาสังเคราะห์ชนิดสำเร็จรูปที่ใช้กันอย่งแพร่หลายในปัจจุบัน ส่วนของต้นโสมที่นำมาใช้ประโยชน์เป็นรากแก้ว (tap root) และรากสาขา (primary root) ที่เปลี่ยนแปลงหน้าที่เพื่อสะสมอาหารคล้ายกับ แครอท กระชาย ต้อยติ่ง หัวผักกาด มันแกว มันเทศ และเล็บครุฑ ซึ่งรูปพรรณสัณฐาน (morphology) ของรากโสมมีลักษณะจำเพาะจัดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนรากพืชชนิดอื่น และคุณค่าของรากโสมอยู่ที่สารออกฤทธิ์สำคัญที่มีประโยชน์ต่ร่างกายหลายชนิดที่เรียกว่า "จินเซโนไซด์" (ginsenosides)

โสมถูกค้นพบแถบเทือกเขาในแมนจูเรีย ประเทศจีน จากความต้องการใช้โสมภายในประเทศมากขึ้น เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่หายาก จีนจึงแลกเปลี่ยนสินค้าไหมกับโสมป่าของเกาหลี และในช่วงปี ค.ศ.1900 ประเทศเกาหลีสามารถปลูกโสมได้ ในอเมริกาตอนเหนือซึ่งมีภูมิอากาศคล้ายแมนจูเรีย มีการปลูกโสมสายพันธุ์อเมริกาได้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1716 ซึ่งแคนาดาเป็นแหล่งปลูกสำคัญ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศจีน

โสมจัดอยู่ในวงศ์ Araliaceae สกุล Panax มีหลายชนิดที่สำคัญดังนี้

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อสามัญ
Panax ginseng C.A. Meyer or shinseng var.coraiensis, Nees

Panax quinquefolium L.

Panax notoginseng

Panax japonicus
Asian or Oriental Ginseng

American Ginseng

Chinese Sanchi Ginseng

Japanese Chikusetsu Ginseng

คำว่า "Panax" มาจากรากศัพท์ในภาษากรีกที่ว่า PANAKOS แปลว่า "รักษาได้สารพัดโรค" ส่วนคำว่า "Ginseng" เป็นภาษาจีน หมายถึง "รากไม้ที่มีรูปร่างคล้ายคน"

พืชหลายชนิดอยู่ในสกุลอื่น แต่เรียกชื่อโสมด้วย เช่น โสมไซบีเรีย Eleutherococcus senticosus, โสมอินเดีย Withania somnifera, โสมบราซิล Pfaffia paniculata, โสมจีน หรือโสมเกาหลี Talinum triangulare Willd เป็นต้น

โสมเกาหลีมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนเหนือ สูงประมาณ 60-80 เซนติเมตร ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ลักษณะรากคล้ายคนจึงเรียก "โสมคน" รากแก่ยาว 8-20 เซนติเมตร

โสมอเมริกัน มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใบประกอบมี 5 ใบย่อย รากแก่ยาว 5-10 เซนติเมตร

โสมเป็นไม้ล้มลุกที่โตช้า เจริญได้ดีในที่ร่ม ลักษณะลำต้นตั้งตรง จะเริ่มออกดอกในปีที่ 3 ราวเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ดอกเป็นช่อแบบซี่ร่ม สีขาวเหลือง ผลกลมสีเขียวเมื่อสุกจะเป็นสีแดง ส่วนที่นำมาใช้คือรากแก้ว (tap root) ที่มีรูปร่างโค้งงอ แตกออกเป็นแขนง รากมีสีขาว มีกลิ่นหอม รสหวานเล็กน้อย คล้ายชะเอม และอายุโสมที่มีสารออกฤทธิ์มากจะอยู่ในช่วง 3-7 ปี ซึ่งการเก็บเกี่ยวรากโสมจะเก็บประมาณเดือนกุมภาพันธ์

แหล่งปลูกโสมในเชิงพาณิชย์อยู่ในประเทศเกาหลี รัสเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และแคนาดา



ผลิตภัณฑ์โสม


Codex (มาตรการที่เหมาะสมทางด้านความปลอดภัยอาหารในการปกป้องความปลอดภัยของผู้บริโภคและอำนวยความสะดวกต่อการค้า) ได้จัดทำร่างมาตรฐานสากล Proposed Draft Standard for Ginseng Product (ALINORM 07/30/15, Appendix III, At Step 5 of the Produre) ซึ่งจำแนกชนิดของผลิตภัณฑ์ฌสมที่เป็นอาหารและนำมาใช้เป็นส่วนผสมของอาหาร 2 ชนิด คือ โสมชนิดแห้งและโสมสกัด

โสมชนิดแห้ง ได้จากการนำรากโสมหรือรากแขนงสด ขูดเปลือกนอกด้วยผิวไผ่แล้วนำไปผึ่งแดดหรืออบด้วยความร้อนให้แห้ง ผลิตภัณฑ์อาจเป็นทั้งหัวหรือเป็นผง หรือเป็นชิ้นบางๆ โสมชนิดนีเ้รียกกันทั่วไปว่า "โสมขาว" (White Ginseng)

โสมแห้งชนิดที่ผ่านการอบไอน้ำ ได้จากการนำรากโสมหรือรากแขนงสดที่มีอายุมากกว่า 6 ปี ไม่ลอกเปลือกออก อบด้วยไอน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 120-130 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 2-4 ชั่วโมง เพื่อทำลายเอนไซม์และเชื้อโรค โสมจะมีสีน้ำตาลอมแดง แล้วอบให้แห้ง ผลิตภัณฑ์อาจเป็นทั้งหัวหรือเป็นผงหรือเป็นชิ้นบางๆ โสมชนิดนี้เรียกกันทั่วไปว่า "โสมแดง" (Red Ginseng) เชื่อกันว่าโสมแดงมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาแรงกว่าและมีราคาแพงกว่าโสมขาว

โสมสกัดเป็นส่วนสกัดเข้มข้นที่ได้จากการสกัดรากโสมหรือโสมชนิดแห้งหรือสกัดรากโสมชนิดที่ผ่านการอบไอน้ำแล้ว ด้วยน้ำหรือสารละลายของเอทานอล มีลักษณะข้นเหนียวเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นผงที่ได้จากกรรมวิธีการอบแห้งแบบระเหิด (freeze drying) หรือการอบแห้งแบบพ่นฝอย (spray drying) ซึ่งอาจเรียกว่า สารสกัดจากโสมขาวและสารสกัดจากโสมแดงก็ได้

โสมที่ดีควรจะมีลักษณะของสี กลิ่น และรสที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของโสม ไม่มีส่วนใดถูกทำลายโดยเชื้อรา และแมลง และไม่มีซากแมลงและสิ่งแปลกปลอมอื่นที่เห็นอย่างชัดเจน

โดย : บังอร บุญชู
ที่มาข้อมูล : วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ ฉบับที่ 174
http://www.wrc.net
http://www.acfs.go.th
http://www.tigerdragon.in.th
จำนวนคนอ่าน 4338 คน

 
อานิสงฆ์การสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
แผ่นดินไหว ภัยใกล้ตัว
รู้จัก "นาฬิกาชีวิต" กับสมดุลของร่างกาย
"เซี่ยวกาง" ยามผู้เฝ้ารักษาประตู
คติความเชื่อเรื่องการไหว้พระ 9 วัด
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved