ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | ศิลปวัฒนธรรม - กีฬา
   

ตุ๊กตาไทย
   




พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานตุ๊กตา
บางกอกดอล์รูป "ตัวนาง" ในละครรำแก่ผู้แสดงนำ
ในละครเรื่องมายแฟร์เลดี ณ กรุงนิวยอร์ก
เมื่อ พ.ศ.2503
ตุ๊กตาเป็นของเล่นที่เด็กชอบมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตารูปคนหรือรูปสัตว์ ตุ๊กตาที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดเป็นตุ๊กตารูปคน เป็นศีรษะผู้หญิงไว้ผมแสกกลาง (ลำตัวสูญหายไป) ทำด้วยดินเผาหรือปูนปั้น ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 11-14 พบที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อีกแบบหนึ่งที่พบเห็นเป็นศีรษะผู้หญิงมุ่นผมสูงกลางกระหม่อม มีเกี้ยวรัดผมตุ๊กตา และที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ตุ๊กตารูปคนเลี้ยงสัตว์ ที่ทำด้วยดินเผาสีแดง พบในบริเวณขุดแต่งเจดีย์หมายเลข 13 ซึ่งเป็นเจดีย์ฐาน 8 เหลี่ยม สันนิษฐานว่า อาจเป็นตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่น หรืออาจจะเป็นเครื่องรางของขลังตามคติชาวอินเดียตามประวัติความเป็นมาของตุ๊กตา เดิมทีเดียวคงจะไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับให้เด็กเล่นแต่มุ่งหมายจะใช้ในพิธีฝังศพ หรือบรรจุในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ต่อมามีคนไปขุดพบจึงนำรูปปั้นที่อาจจะมีทั้งคนและสัตว์กลับบ้านเพื่อฝากเด็ก เมื่อเด็กชอบ ผู้ใหญ่จึงทำขึ้นเพื่อให้เด็กได้เล่นโดยตรงจึงเกิดมีตุ๊กตาขึ้น ตุ๊กตาสมัยก่อนๆ มักทำง่ายๆ รูปแบบไม่ซับซ้อน โดยใช้วัสดุใกล้ตัว เช่น ดิน ผ้า ไม้ รังไหม ฯลฯ ไม่ต้องซื้อหาเล่น เสียแล้วก็ทำใหม่ได้ นอกจากจะปั้นตุ๊กตาเป็นรูปคนแล้ว ยังมีตุ๊กตาปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่เห็นในชีวิตประจำวันด้วย เช่น วัว ควาย หมู สุนัข เป็ด ไก่ นก ฯลฯ



ตุ๊กตาไทยมีหลายประเภท จำแนกตามจุดมุ่งหมายของการใช้ ดังนี้

  • ตุ๊กตาที่ใช้ในพิธีกรรม ตุ๊กตาประเภทนี้ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรม ต่างๆ เช่น ตุ๊กตาศาลพระภูมิ เป็นตุ๊กตาคนรับใช้ชายหญิง และช้างม้า ตุ๊กตาชะนีสีเหลือง ใช้ในพิธีทอดผ้าป่า เป็นต้น


  • ตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่น ตุ๊กตาประเภทนี้ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เด็กเล่นมักทำอย่างง่ายๆ จากวัสดุที่หาได้ใกล้ๆ ตัว


  • ตุ๊กตาฝีมือ ตุ๊กตาประเภทนี้ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแสดงฝีมือทางศิลปะให้เด็ก และผู้ชมได้ชมความงามอันประณีตละเอียดอ่อน ผู้ประดิษฐ์ตุ๊กตาประเภทนี้นับว่า เป็นศิลปินที่ควรแก่การยกย่อง ตุ๊กตาฝีมือที่มีชื่อเสียงและมีคุณค่าทาศิลปวัฒนธรรม มีหลายลักษณะด้วยกัน ดังนี้

    • ตุ๊กตาชาววัง ศิลปินผู้ประดิษฐ์ คือ นางเฉ่ง สาครวาสี (สกุลเดิม สุวรรณโน)

    • ตุ๊กตาบางกอกดอลล์ ศิลปินผู้ประดิษฐ์ คือ คุณหญิงทองก้อน จันทวิมล เป็นตุ๊กตาตัวโขนตัวละครจากวรรณคดี และละครรำต่างๆ

    • ตุ๊กตาชาวบ้านอยุธยา ศิลปินนผู้ประดิษฐ์คือนางสาวสุดใจ เจริญสุข

    • ตุ๊กตาของนายจักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นตุ๊กตาที่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

    ตุ๊กตาชาวเขา

  • ตุ๊กตาตามความเชื่อพื้นบ้าน ตุ๊กตาประเภทนี้ประดิษฐ์ขึ้นง่ายๆ ด้วยฝีมือชาวบ้าน


  • ตุ๊กตาเสียกบาล เป็นตุ๊กตาดินเผาเคลืบสมัยสุโขทัย


  • ตุ๊กตาแก้บน เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้นหรือซื้อหามา "แก้บน" หลังจากการบนบานศาลกล่าว


  • ตุ๊กตากุมาร ส่วนมากจะเป็นตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผา ทำเป็นเด็กผู้ชายไว้จุก


  • ตุ๊กตานางกวัก ประดิษฐ์เป็นหญิงสาว แต่งตัวสวยงามสวมกระบังหน้า ท้าวแขนซ้ายและยกมือขวากวักไปข้างหน้า


ตุ๊กตาชาววังขนาดต่างๆ
ตุ๊กตาชาววังมี 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่นิยมกันมาก คือ ขนาดเล็กซึ่งสูงประมาณ 2 เซนติเมตร ขนาดใหญ่จะสูงประมาณ 4 เซนติเมตร ปั้นเป็นผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กกำลังนั่งและคลาน ท่านั่งเอน นอนคว่ำ ตะแคง คุกเข่า ประมาณอย่างละ 8 ท่า ส่วนเด็กเล็กนั้น มีที่ไว้ผมแกละ ผมจุก และผมเปีย ส่วนผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงนั้นมีลักษณะพิเศษ คือ แต่งกายอย่างชาวเหนือ ที่เป็นเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าพระวรชายาเจ้าดารารัศมียังคงประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง

นอกจากตุ๊กตาเดี่ยวแล้ว ยังมีตุ๊กตาชุดตามเรื่องในวรรณคดี มีทั้งรามเกียรติ์ ละครนอกและละครใน การปั้นตุ๊กตาจะปั้นขาก่อน แล้วจึงขึ้นตัวส่วนตัวนั้นมีพิมพ์กดเอาไว้ เสร็จแล้วนำดินไปผึ่งให้แห้ง ต้องระวังไม่ให้ถูกแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดจัด ดินจะร้าว เสร็จแล้วจึงนำไปเผาในเตาถ่านที่ใช้หุงต้มอาหารในครัวเชื้อเพลิงคือแกลบ เผาแล้วสุมไว้ตลอดคืน เพื่อให้ตุ๊กตาเย็นสนิท ต่อไปจึงนำตุ๊กตานั้นมาลงสีผิวโดยใช้ฝุ่นผัดหน้าที่ เรียกว่า ฝุ่นจีนมาละลายน้ำจนข้น แล้วจึงแต่งหน้า ทาปาก เขียนเสื้อผ้าใช้สีตามความนิยมของชาววัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ ผู้หญิงจะต้องนุ่งห่มสีตัดกันตามวัน



ตุ๊กตาโขนละคร
รูปแบบของตุ๊กตาผ้าของ คุณหญิงทองก้อน จันทวิมล นั้นมีหลากหลาย ซึ่งจัดได้เป็น 4 แบบด้วยกัน คือ

  1. ตุ๊กตาโขนละคร ตุ๊กตาแบบนี้อาจเป็นตุ๊กตาเดี่ยวหรือจัดเป็นฉากเป็นตอนส่วนมากจะเป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์แต่งตัว และแสดงท่ารำเหมือนตัวโขน บางทีก็เป็นตุ๊กตาคู่ตัวกษัตริย์ของทางมนุษย์และยักษ์รบกัน มีท่ารบประกอบด้วยตัวตุ๊กตา 2-4 ตัว หากเป็นนิทรรศการ เช่น การยาตราทับประจันหน้า หรือตอนไมยราพสะกดทัพ ตัวละครอาจมีถึง 200 ตัวขึ้นไป ตุ๊กตาแม่บทเล็กมี 18 ตัว แต่ละตัวแสดงท่ารำ ตามแม่บท ถ้ามาจากละครรำ จะมีตัวพระ ตัวนางของแต่ละเรื่อง เช่น เจ้าเงาะและรจนา ตอนเสี่ยงพวงมาลัย ตุ๊กตาพราหมณ์ รำฉุยฉาย ฯลฯ แต่งตัวเหมือนแสดงบนเวที


  2. ตุ๊กตาชาวเขาเผ่าต่างๆ มีเผ่าอีก้อ แม้ว เย้า มูเซอร์ ลีซอ และยาง แต่ละตัวแต่งกายถูกต้องตามแบบแผนของแต่ละเผ่ารวมทั้ง สีและ เครื่องประดับ


  3. ตุ๊กตาชาวไทยสมัยต่างๆ เป็นตุ๊กตาคู่ชายหญิง แต่งกายตามสมัยนั้นๆ เช่น สมัยกรุงสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475


  4. ตุ๊กตาชาวนา ชาวบ้าน และคนไทยอาชีพต่างๆ เช่น ชาวประมงน้ำจืด แม่ค้า ฯลฯ


นางสุดใจ เจริญสุข เป็นชาวอยุธยาโดยกำเนิด นับเป็นศิลปินพื้นบ้านที่หาได้ยากในการปั้นตุ๊กตา ตุ๊กตาแต่ละตัวจะแสดง การดำเนินชีวิต อิริยาบถ การละเล่นพื้นบ้าน การเล่นของคนในชนบท เช่น การว่างเพลงเรือ ชายพายลำหนึ่ง หญิงพายลำหนึ่ง เล่นไม้หึ่ง เดินก๊อบแก๊บที่ใช้กะลาตัวเมียร้อยเชือกให้ยาวพอจะถือและยกด้วยมือได้ ขี่ม้าส่งเมือ เดินไม้สูง มอญซ่อนผ้า ฯลฯ ชีวิตประจำวันพื้นบ้านก็ ได้แก่ ยายนั่งไกวเปลหลาน หญิงแก่ไหว้พระภูมิ หญิงอาบน้ำลูกน้อยที่นอนหงายอยู่ที่หว่างขา เด็กชายขี่ม้าก้านกล้วย แม้ค้ากลับบ้านหาบลูกไว้ในกระจาดใบที่อยู่ข้างหน้า ฯลฯ ตุ๊กตาเหล่านี้แม้จะเล็กอย่างไรก็มีสีหน้าและได้สัดส่วน ทั้งอยู่ในอิริยาบถที่มีชีวิตชีวาอีกด้วย



ตุ๊กตาให้ทั้งความอบอุ่น ยินดี และความสุขทางใจแก่เด็ก และแก่ผู้ใหญ่ดังที่ โรสแมรี วอร์เนอร์ และอิลารี ฟิลลิปส์ เขียนไว้ในวารสาร "สวัสดี" ของบริษัทการบินไทย จำกัด ฉบับเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ค.ศ.1978 ว่า

"ตุ๊กตาเป็นสิ่งสากล ให้ความสุขใจ เป็นเพื่อเป็นความพึงพอใจ และภาคภูมิใจของคนจำนวนหลายพันคนทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าผู้เยาว์หรือผู้ใหญ่ล้วนแต่รักตุ๊กตา ผู้สะสมตุ๊กตามีตั้งแต่สมเด็จพระราชินีจนถึงคนสามัญ จนถึงผู้รักและซาบซึ้งในความน่ารักของตุ๊กตาน้อยๆ หลายเผ่าพันธุ์ และจนถึงเด็กหญิงน้อยๆ ที่แสนจะตื่นเต้นเมื่อ โอบกอดตุ๊กตาสุดที่รักอย่างแสนสุขโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ การแต่งกายและราคาค่างวดของมัน"

ตุ๊กตาดินเผา การเล่นรีรีข้าวสาร
ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ตุ๊กตาใช้เป็นอุปกรณ์การศึกษาวิชาต่างๆ ได้หลายวิชาไม่ว่าจะเป็นวิชาสังคมศึกษา วรรณคดีไทย นาฎศิลป์ไทย เป็นต้น นอกจากนั้นยังใช้ประกอบการจัดนิทรรศการในโอกาสต่างๆ ที่เกี่ยวกับเมืองไทย เพื่อเพิ่มความรู้และความสุขใจให้แก่ผู้สนใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การสะสมตุ๊กตาไว้ชม นับว่าเป็นงานอดิเรกที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน

ของที่ระลึกที่จัดถวายองค์พระประมุขของประเทศต่างๆ ราชอาคันตุกะในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือแขกของรัฐบาลมักจะเป็นตุ๊กตาไทยของบางกอกดอลล์ ซึ่งเป็นตุ๊กตาไทยที่ประดิษฐ์อย่างประณีตบรรจงตุ๊กตาเป็นสื่อสำคัญ ในการเผยแพร่เกียรติภูมิและวัฒนธรรมไทยไปสู่ต่างแดนเป็นทูตที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคลและระหว่างประเทศ

ตุ๊กตาไทยนั้นมีเอกลักษณ์ไทยสูงมาก ถือว่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่ควรทะนุถนอมไว้ตลอดไป และไม่ว่าตุ๊กตาไทยจะมีวิวัฒนาการไปตามกาลเวลาอย่างไร เราก็ควรจะรักษาเอกลักษณ์ไทยในตุ๊กตาของเราไว้ให้ได้


คลิ๊กสิ
ที่มาข้อมูล : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ ๑๓ (www.kanchanapisek.or.th)
จำนวนคนอ่าน 4818 คน

 
ขันหมากเบ็ง
ขันโตก
"สมณศักดิ์" ของพระสงฆ์ไทย
"บุญคูณลาน" สู่ขวัญข้าวชาวอีสาน
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า "บุญ"
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved