ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | ศิลปวัฒนธรรม - กีฬา
   

รำฉุยฉาย
   
"ฉุยฉาย" ในทางนาฏศิลป หมายถึง การร่ายรำเมื่อตัวละครเกิดความภาคภูมิใจที่สามารถแปลงกายหรือแต่งตัวได้อย่างสวยสดงดงาม พระยาอนุมานราชธนได้กล่าวไว้ในหนังสืออธิบายนาฏศิลปไทยว่า "การรำฉุยฉายเป็นการแสดงภาษานาฏศิลปที่มีคุณค่าทางนาฏศิลปอย่างเลิศ นิยมกันว่าตัวละครสามารถแสดงอารมณ์ความภาคภูมิใจออกมาทางท่ารำได้ดีกว่าที่จะพูดออกมาทางปาก"
ประวัติฉุยฉายสมัยโบราณ

การเล่นฉุยฉายในสมัยก่อน นิยมเล่นกันเมื่อขับเสภาเสร็จแล้ว ส่วนการเล่นขับเสภานั้นเป็นการร้องลำนำ เดินเรื่องขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน เมื่อเลิกเล่นขับเสภาแล้วจึงเล่นฉุยฉาย

สถานที่ ใช้เวทียกพื้นหรือลานกว้างๆ ก็ได้
ดนตรี มีเครื่องพิณพาทย์และกรับไม้ชิงชัน อย่างเช่นการเล่นเสภา
การแต่งกาย ต้องแต่งให้สุภาพเรียบร้อยถูกต้องตามรัฐนิยมและวัฒนธรรม เช่น ชายนุ่งกางเกงสากล หญิงสวมกระโปรง และทั้งชาย และหญิงสวมเสื้อเชิ้ต สวมหมวก และใส่รองเท้า
วิธีเล่น การเล่นมี 2 อย่าง คือ การเล่นฉุยฉายในพระนครหรือที่เรียกว่าฉุยฉายบรรดาศักดิ์ อีกชนิดหนึ่งเป็นการเล่นทั่วๆ ไป จะแบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงก็ได้ หรือจะเล่นเฉพาะหมู่ผู้ชายล้วนหรือหญิงล้วนก็ได้

การเล่นฉุยฉายบรรดาศักดิ์ ในช่วงแรกจะขับเสภาก่อน และใช้พิณพาทย์เป็นเครื่องรับแล้วก็รำฟ้อน เรียกว่า "ฟ้อนฉุยฉาย" ตามจังหวะดนตรีหรือกรับ มีเนื้อเพลงโดยเฉพาะ ส่วนฉุยฉายที่เล่นกันอยู่ทั่วๆ ไปนั้น คือ การเล่นตามประเพณีพื้นเมืองมาแต่ก่อน ทั้งสองฝ่ายร่ายรำไปโดยมีลูกคู่ร้องให้จังหวะ ผู้รำเพียงแต่รำท่าทางตามทำนองและเนื้อเพลงให้ถูกต้องกับการร้อง ผู้รำไม่ต้องร้องแต่ต้องมีท่าทางกรีดกราย ทำชม้อยชม้ายตามทำนอง

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ตัวอย่างบทร้อง

......ฉุยฉายเอย เจ้าไปไหนหน่อยก็ลอยชาย
เยื้องย่างช่างกราย ลอยชายไปในสวน
ยื่นเล็บเล็มดอกกุหลาบ ดอกแก้วอังกาบดอกลำดวนเอย ฯลฯ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

การบรรเลงดนตรีในเพลงฉุยฉาย

ฉุยฉายเป็นเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมการร้องเพลงฉุยฉาย ใช้ดนตรีรับ 1-2 เที่ยวทุกๆ ท่อน แต่ปัจจุบันนิยมใช้ปี่รับเพียงเที่ยวเดียว ตามปกติเพลงฉุยฉายจะมีเพลง 2 เพลงรวมอยู่ด้วยกัน คือ เพลงฉุยฉายและเพลงแม่ศรี โดยที่ในตอนแรกจะร้องเพลงฉุยฉายก่อน ร้องหมดท่อนหนึ่งก็มีปี่เป่าเลียนทำนองและเสียงร้องเพียงชิ้นเดียวก่อน แล้วจึงบรรเลงรับต่อด้วยเพลงแม่ศรีติดต่อกันไป การที่ต้องร้องเพลงฉุยฉายและเพลงแม่ศรีติดต่อกันนั้น เพราะถือว่าเพลงฉุยฉายเป็นเพลงช้า เพลงแม่ศรีเป็นเพลงเร็วซึ่งเป็นเพลง 2 ชั้น เรียกตามหน้าทับว่า "สองไม้" การบรรเลงดนตรีจะเริ่มด้วยเพลงรัว ร้องเพลงฉุยฉาย และเพลงแม่ศรี จบด้วยเพลงเร็ว-ลา ซึ่งเป็นลักษณะที่นิยมโดยทั่วไป


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊
ที่มาข้อมูล : "ฉุยฉาย" โดย สุมิตร เทพวงษ์ ภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา
จำนวนคนอ่าน 4394 คน

 
ขันหมากเบ็ง
ขันโตก
"สมณศักดิ์" ของพระสงฆ์ไทย
"บุญคูณลาน" สู่ขวัญข้าวชาวอีสาน
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า "บุญ"
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved