ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | ข่าวประจำวัน
   

มั่นเกินร้อยไร้เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ "ณรงค์" ประกาศอัดฉีดมาตรการแก้ปัญหาจริงจังคาด 3 - 4 เดือนเห็นผล
   
ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต


รมว.ศธ.ประกาศมั่นใจ 110% ปี 58 ปลอดเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ อัดฉีดมาตรการเต็มพิกัด ครูทุกสาขาไม่ใช่เฉพาะครูภาษาไทยต้องมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา สั่ง รร.เก็บข้อมูลวิเคราะห์และรายงานผล คาดใช้เวลาแค่ 3 - 4 เดือนก็บรรลุเป้าหมาย

วันที่ 12 มกราคม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานงานแถลงข่าวประกาศนโยบายปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ร่วมกับนายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และได้มีการถ่ายทอดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ฯ จำนวน 225 เขต และมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ของโรงเรียนต่างๆ ด้วย

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน และจากผลสำรวจที่ สพฐ.รายงาน พบว่าปริมาณของเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ในปีนี้ มีจำนวนประมาณ 25,000-26,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนลดลงจากเมื่อปี 2557 ทั้งนี้สาเหตุหลักอยู่ในส่วนของเด็กที่ติดตามพ่อแม่ที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และยังมีเด็กที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก เป็นต้น ทำให้ปัญหาดังกล่าวยังเกิดขึ้นอยู่ในทุกๆ ปี และการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กในแต่ละชั้นปี ดังนั้น ศธ.จะต้องพยายามทำให้นักเรียนทุกคนในระบบการศึกษา อ่านเขียนภาษาไทยได้ และเข้าใจในสิ่งที่อ่านเขียน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน จึงได้ประกาศให้ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า การที่จะดำเนินนโยบายดังกล่าวให้สมบูรณ์ได้นั้น จำเป็นจะต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล คือ สพฐ.จะต้องประกาศนโยบายและกำหนดมาตรการเร่งรัดนักเรียนให้อ่านออก เขียนได้ อ่านเขียนคล่อง และสื่อสารได้ มีการกำกับติดตามการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อ ศธ.เป็นระยะ และในส่วน สพท.ต้องดำเนินการประกาศโยบายแก่โรงเรียนในสังกัด มีข้อมูลการอ่านเขียนของนักเรียนทุกระดับชั้น เพื่อนำมาวิเคราะห์วางแผนการพัฒนาเด็กร่วมกับโรงเรียน และสรุปข้อมูลดังกล่าวรายงานต่อ สพฐ. มีการนิเทศ จัดทำแผนงาน กิจกรรมให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และรายงานความก้าวหน้าต่อ สพฐ.เป็นระยะ และสุดท้าย ในส่วนสถานศึกษาต้องกำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้ครูและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการทุกวิธีให้นักเรียนอ่านเขียนได้ตามมาตรฐานของหลักสูตร ปรับระบบบริหารจัดการให้ครูทุกคน ไม่เฉพาะครูวิชาภาษาไทย มีส่วนร่วมรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาอ่านเขียนของนักเรียน มีแผนซ่อมเสริมนักเรียนทุกคนที่มีปัญหา และซ่อมเสริมให้แล้วเสร็จภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 ประสานผู้ปกครองให้รับทราบปัญหาและมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานให้อ่านเขียนได้ กำกับติดตาม นิเทศ ช่วยเหลือครูในการแก้ปัญหาอ่านเขียนของนักเรียน พร้อมรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อ สพท.อย่างต่อเนื่อง

"ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างจริงจังให้สำเร็จตามเป้าหมายของนโยบาย ซึ่งผมมั่นใจ 110% เลยว่านโยบายนี้จะประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อมั่นในครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต จะสามารถทำให้เด็กอ่านเขียนได้ครบทั้งหมดภายในปี 2558 ซึ่งหากดำเนินการอย่างจริงจังแค่ใช้เวลา 3-4 เดือน ก็สามารถเห็นผล ทำให้เด็กอ่านออก เขียนได้อย่างแน่นอน ส่วนจะอ่านได้คล่องแค่ไหนขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนและการดำเนินการของสถานศึกษาแต่ละแห่ง" รมว.ศธ.กล่าว

ด้านนายกมล กล่าวว่า นโยบายของ ศธ.ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาชาติ ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักค่านิยม 12 ประการ และมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งการอ่านออก เขียนได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาตัวเองและการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้น การแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะ สพฐ.ที่มีการตั้งเป้าหมายจะยกระดับคะแนนสอบประเมินผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ (NT), การทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และคะแนนสอบ PISA

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 1 กล่าวว่า ปกติช่วงเริ่มปีการศึกษาใหม่ๆ จำนวนเด็กอ่านเขียนไม่ได้จะเพิ่มขึ้นทุกต้นปีการศึกษา เพราะนิยามของคำว่าอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แตกต่างกันในแต่ละระดับชั้น ช่วงชั้น ป.1 - ป.2 หมายถึงการอ่านออกหรืออ่านไม่ออก เขียนได้หรือเขียนไม่ได้ สำหรับชั้น ป.3 - ป.4 หมายถึงการอ่านเขียนคล่องหรือไม่ และ ป.5 - ป.6 หมายถึงการอ่านรู้เรื่อง สรุปความได้ เขียนคล่องหรือไม่ เพราะฉะนั้น ทุกต้นปีจะมีตัวเลขนักเรียนทุกระดับชั้นที่มีปัญหาอ่านเขียนให้ต้องทำการบ้านพอสมควรในด้านการแก้ปัญหา จะมีการตรวจสอบการอ่านเขียนของนักเรียนทุกคน 100% เพื่อให้รู้ข้อมูล วิเคราะห์จุดบกพร่องของเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อวางแผนพัฒนาเด็กได้อย่างถูกต้อง รวมถึงมีการนิเทศ ช่วยเหลือสถานศึกษา ครูในการแก้ปัญหาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาพอสมควร

นายชูเกียรติ ด่านธนทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา น่าน เขต 1 กล่าวว่า จังหวัดน่านจะพบกับปัญหาในเรื่องเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กยากจน รวมถึงมีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ถึง 79% จึงมีนักเรียนที่อ่านเขียนไม่ได้จำนวนพอสมควร ซึ่งก็ได้แก้ปัญหาโดยการให้สถานศึกษาทำแผนงาน คัดกรองเด็กที่มีปัญหา ทำข้อมูลเป็นรายบุคคล และส่งเสริมให้โรงเรียนคิดนวัตกรรมใหม่สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านเขียนของเด็ก ซึ่งก็มีตัวอย่างนวัตกรรมดีๆ จากหลายโรงเรียน หลังจากนี้ก็จะให้โรงเรียนต้นแบบที่มีนวัตกรรมดีๆ มาประชุมหารือกัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และทำแผนให้โรงเรียนปลอดเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

ที่มาข้อมูล : ไทยโพสต์ 13 มกราคม 2558
จำนวนคนอ่าน 914 คน

 
สธ.เตือนระวังปิดเทอม ห่วงเด็กจมน้ำเสียชีวิต
สอบเข้า ม.1 คึกคักรร.สวนกุหลาบแข่งดุ
ศธ.ประกาศลดขนาดห้องเรียน
บอร์ดปฏิรูปการศึกษา สั่งยกเลิกการสอบ las
สพฐ.ปรับแผนรับนโยบาย "บิ๊กตู่"
 
   
 

© 2000 - 2015 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved