ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | ศิลปวัฒนธรรม - กีฬา
   

คติความเชื่อเรื่องการไหว้พระ 9 วัด
   
ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับความเชื่อของคนไทยในยุคปัจจุบัน คือ การไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพมหานคร วัด 9 วัดที่นิยมไปไหว้พระนั้น ตามหลักการแล้ว ไม่มีหลักฐานอะไรระบุไว้แน่นอนชัดเจน เป็นเพียงกระแสความเชื่อของคนไทยในยุคปัจจุบัน เท่าที่ได้ยินได้ฟังมาเป็นวัด 7 วัด ส่วนอีก 2 แห่ง ไม่ใช่วัด แต่เป็นศาลเทพารักษ์ ต่อมา มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับกิจกรรมไหว้พระ 9 วัด ดังนั้น เพื่อความรู้ความเข้าใจต่อปรากฏการณ์เกี่ยวกับความเชื่อดังกล่าว จึงขอนำมาเสนอต่อท่านผู้อ่าน ดังนี้






คติความเชื่อ ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี
กิจกรรม สักการะหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อหอกลอง
สถานที่ตั้ง บริเวณหัวมุมสนามหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ประวัติ ครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธียกเสาหลักเมืองขึ้น เสาหลักเมืองนั้นใช้ไม้ชัยพฤกษ์มาเป็นเสา สูงประมาณ 108 นิ้ว มีเม็ดยอดสวมลงบนยอดหลังคา ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุพระชะตาเมือง ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสาหลักเมืองชำรุด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมขึ้นใหม่ แล้วบรรจุพระชะตาเมือง ก่อสร้างศาลาขึ้นใหม่แบบยอดปรางค์ตามอย่างศาลาที่กรุงศรีอยุธยา ภายในบริเวณศาลหลักเมืองมีเทพารักษ์ คือ

พระเสื้อเมือง เป็นรูปเทวดาสวมมงกุฎหล่อด้วยสัมฤทธิ์ปิดทอง สูงประมาณ 75 เซนติเมตร พระหัตถ์ซ้ายถือคทา พระหัตถ์ขวาชูขึ้นระดับพระเศียร เครื่องทรงมีชายไหว ชายแครง ประทับยืนบนแท่นสี่เหลี่ยม อยู่ด้านขวาของเจ้าพ่อเจตคุปต์
พระทรงเมือง เป็นรูปเทวดาสวมมงกุฎหล่อด้วยสัมฤทธิ์ปิดทอง ขนาดใกล้เคียงกับพระเสื้อเมือง พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ พระหัตถ์ขวายกขึ้นในระดับพระเศียร ประทับยืนบนแท่นสี่เหลี่ยม อยู่ด้านซ้ายของเจ้าพ่อเจตคุปต์
เจ้าพ่อเจตคุปต์ เป็นรูปเทวดาสวมมงกุฎ มีลักษณะเดียวกับเจ้าพ่อหอกลอง ทำด้วยไม้จำหลักปิดทอง
พระกาฬไชยศรี เป็นรูปพระกาฬหล่อด้วยสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง ประทับบนหลังนกแสก มีแท่นรอง จากแท่นถึงพระเศียรสูงประมาณ 70 เซนติเมตร
เจ้าพ่อหอกลอง เป็นรูปเทวดาสวมมงกุฎหล่อด้วยโลหะปิดทอง สูง 150 เซนติเมตร ประทับยืนบนแท่นแปดเหลี่ยม ยกพระกรทั้งสองขึ้นในระดับพระอุระ มีนาครัดจากข้อพระพาหุไปเบื้องหลัง






คติความเชื่อ แก้วแหวนเงินทองไหลมาตลอด
กิจกรรม ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง
สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ประวัติ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ มีเฉพาะส่วนพุทธาวาส ไม่มีส่วนสังฆาวาส
การบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามครั้งใหญ่ทั้งพระอารามมีขึ้นในรัชสมัยต่าง ๆ ดังนี้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี พ.ศ. 2425 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ในรัชกาลปัจจุบัน ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อ พ.ศ. 2525
สิ่งสำคัญ
ภายในวัด
นอกจากพระอุโบสถซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ยังมีพระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทพระเทพบิดร หอพระมนเทียรธรรม วิหารยอด หอพระนาก พระอัษฎามหาเจดีย์ ซึ่งเป็นพระปรางค์ 8 องค์ หอพระราชกรมานุสร หอพระราชพงศานุสร หอพระคันธารราษฎร์ มณฑปยอดปรางค์ หอระฆัง ศาลาราย เจดีย์ทอง 2 องค์ นครวัดจำลอง บุษบกประดิษฐานพระบรมราชสัญลักษณ์และรูปช้างโลหะ เจดีย์เหลี่ยมทรงเครื่อง 4 องค์ และยักษ์ทวารบาลซึ่งเป็นรูปยักษ์ในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์






คติความเชื่อ ร่มเย็นเป็นสุข กินดีอยู่ดีตลอด
กิจกรรม ไหว้พระพุทธไสยาสน์
สถานที่ตั้ง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ประวัติ วัดเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการสร้าง เดิมเรียกว่า วัดโพธาราม หรือวัดโพธิ์ ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยธนบุรี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดนี้ใหม่ใน พ.ศ. 2331 โดยสร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร ตลอดจนบูรณะของเดิม เมื่อเสร็จใน พ.ศ. 2344 โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส" เป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช วัดพระเชตุพนฯ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกสรรพตำราต่าง ๆ ลงบนแผ่นหินอ่อนประดิษฐานไว้ตามศาลารายต่าง ๆ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้แก้สร้อยนามพระอารามว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร" นอกจากนี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามยังเป็นเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เพราะเป็นแหล่งรวบรวมวิชาความรู้ด้านต่าง ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และการแพทย์






คติความเชื่อ มีอำนาจบารมี เสริมอำนาจบารมี
กิจกรรม สักการะศาลเจ้าพ่อเสือ
สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ประวัติ ศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นอาคารชั้นเดียวก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน ภายในศาลตั้งตู้ประดิษฐานรูปบูชาปิดทอง 7 ตู้ ได้แก่

ตู้ที่ 1 (นับเรียงจากซ้ายมือของเจ้าพ่อเสือ) เป็นรูปเจ้าพ่อกวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์
ตู้ที่ 2 เป็นรูปหมู่เจ้าหลายองค์รวมกัน เชื่อกันว่า เป็นหมู่เทพที่คอยช่วยเหลือคน
ตู้ที่ 3 เป็นรูปหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง และวัดกัลยาณมิตร ซึ่งชาวจีนเรียกว่า ซำเปากง
ตู้ที่ 4 เป็นรูปเจ้าพ่อเสือ เชื่อกันว่า เป็นผู้ที่ถือศีลบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นผู้วิเศษ หรือที่เรียกกันว่า เซียน
ตู้ที่ 5 เป็นรูปเทพที่อำนวยคุณทางด้านรักษาโรค
ตู้ที่ 6 เป็นรูปเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเรือ
ตู้ที่ 7 เป็นรูปเสือ บริวารของเจ้าพ่อเสือ






คติความเชื่อ มีวิสัยทัศน์ที่ดี
กิจกรรม ไหว้พระประธานในพระอุโบสถ
สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ประวัติ

วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า "วัดมหาสุทธาวาส" โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัดมาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า "วัดสุทัศนเทพวราราม" และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามพระประธานในพระอุโบสถว่า "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" พระประธานในพระวิหารว่า "พระศรีศากยมุนี" และพระประธานในศาลาการเปรียญว่า "พระพุทธเสรฏฐมุนี"

นอกจากนั้น วัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของพระองค์มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ.2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระองค์



ที่มาข้อมูล : http://www.royin.go.th
จำนวนคนอ่าน 2193 คน

 
ขันหมากเบ็ง
ขันโตก
"สมณศักดิ์" ของพระสงฆ์ไทย
"บุญคูณลาน" สู่ขวัญข้าวชาวอีสาน
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า "บุญ"
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved