ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | เที่ยวทั่วกรุง
   

วัดจักรวรรดิราชาวาส
   
อาณาบริเวณของวัดจักรวรรดิราชาวาสในมุมสูง

วัดจักรวรรดิราชาวาส เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่เลขที่ 225 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 ตั้งอยู่ติดกับย่านสำเพ็ง เดิมเป็นวัดราษฎร์ ชื่อ "วัดนางปลื้ม" สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเรียกกันว่า "วัดสามปลื้ม"

พระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่าในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) "พ.ศ.2343 วันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำ เวลา 5 โมงเย็น เกิดเพลิงไหม้ที่วัดสามปลื้ม ตลอดลงไปถึงตลาดน้อยวัดสำเพ็ง" แสดงว่าเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนั้นใหญ่โตมาก เพราะวัดสามปลื้มหรือวัดจักรวรรดิราชาวาสอยู่ด้านท้ายของ "ถนนเยาวราช" ส่วนวัดสำเพ็งหรือ "วัดปทุมคงคา" อยู่ทางด้านหัวถนนเยาวราช อยู่ห่างกันถึงประมาณ 1 กิโลเมตรเลยทีเดียว

วัดสามปลื้มถูกเพลิงเผาชำรุดเสียหายกลายเป็นวัดร้าง จนกระทั่งถึงต้นรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) "เจ้าพระยาอภัยราชา (ปิ่น สิงหเสนี)" ได้เป็นผู้ริเริ่มปฏิสังขรณ์วัดสามปลื้มขึ้นใหม่ทั้งวัด แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ถึงแก่อสัญกรรมไปเสียก่อน

ต่อมาราวปี พ.ศ.2362 "เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)" ผู้เป็นบุตร จึงได้ทำการปฏิสังขรณ์ต่อ โดยมอบให้บุตรชายคนโต คือ "นายเกต" (เจ้าพระยามุขมนตรี) เป็นผู้อำนวยการสร้างจากด้านเหนือเข้ามาทางด้านใต้ และให้บุตรชายคนรอง คือ "นายแก้ว" (เจ้าพระยายมราช) เป็นผู้อำนวยการสร้างจากด้านใต้เข้าไปหาด้านเหนือ บรรจบกันตรงกลางวัด มีการสร้างพระอุโบสถ เสนาสนสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ตลอดจนขุดคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาจนถึงสระน้ำที่ขุดไว้ใช้ภายในวัด แต่ปัจจุบันคลองถูกถมเป็นถนนกลางวัดแล้ว

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จลง ก็ได้จัดการอาราธนาพระภิกษุจาก "วัดราชบุรณะ" (วัดเลียบ) บ้าง "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม" (วัดโพธิ์) บ้าง มาอยู่จำพรรษา และได้น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชสมัย "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว" (รัชกาลที่ 3) เมื่อประมาณปี พ.ศ.2368 จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดจักรวรรดิราชาวาส"

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

พระประธานภายในพระอุโบสถ

  • พระอุโบสถ สร้างขึ้นใหม่เมื่อครั้งเจ้าพระยาบดินทรเดชาปฏิสังขรณ์วัด มีหลังคาแบบจีน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่นิยมในสมัยนั้น ทำมุขลดสองชั้น มีระเบียงรอบ ผนังภายในพระอุโบสถเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงาม


  • พระวิหาร หันหน้าไปทางทิศใต้ หันหลังให้พระอุโบสถ แต่เดิมเป็นพระอุโบสถ เมื่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่จึงใช้เป็นพระวิหารแทน มีขนาดกว้าง 11.28 เมตร ยาว 22.30 เมตร มุขกว้าง 9.30 เมตร ยาว 3.10 เมตร ปัจจุบันใช้เป็นที่บำเพ็ญทานสำหรับญาติโยมทั่วไป


  • วิหารพระบาง เป็นที่ประดิษฐาน "พระบาง" ซึ่งนำมาจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นผู้อัญเชิญมาหลังจากนำทัพไปทำสงคราม แต่ได้อัญเชิญกลับไปยังเมืองหลวงพระบางในรัชสมัย "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" (รัชกาลที่ 4) ด้วยความเชื่อที่ว่า เมืองไหนหากมีพระแก้วมรกตและพระบางประดิษฐานอยู่ทั้งคู่ จะทำให้เกิดสงครามในบ้านเมืองนั้น จึงต้องเลือกเอาไว้เพียงองค์เดียว ซึ่งก็คือพระแก้วมรกตนั่นเอง ปัจจุบันจึงใช้พระวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐาน "พระนาก" ที่อัญเชิญมาจากพระบรมมหาราชวัง


  • มณฑปพระพุทธบาท เป็นมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท แต่เดิมเมื่อครั้งเจ้าพระยาบดินทรเดชาปฏิสังขรณ์วัดนั้น ที่ดินบริเวณนี้ถูกขุดสระและสร้างหอไตรขึ้นไว้กลางสระน้ำ จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ.2434 ในรัชสมัย "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" (รัชกาลที่ 5) หอไตรได้ชำรุดทรุดโทรมลง เจ้าอาวาสรูปที่ 6 ในขณะนั้นจึงได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นมณฑปตั้งอยู่บนภูเขาจำลอง ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทและพระพุทธรูปทองเหลืองลงรักปิดทอง ปางป่าเลไลย์ สูง 3 ศอก 17 นิ้ว


  • วิหารพระบาง ปัจจุบันประดิษฐานพระนาก
    พระพุทธปรางค์ เมื่อปี พ.ศ.2370 เจ้าพระยาบดินทรเดชาได้สร้างพระพุทธปรางค์ตั้งอยู่บนฐานสิงห์ องค์พระปรางค์คล้ายกับพระปรางค์วัดราชบุรณะ ประดับด้วยกระเบื้องสีแบบจีน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาในสมัยเจ้าอาวาสรูปที่ 7 ได้ปฏิสังขรณ์พระพุทธปรางค์ มีฐานทักษิณ 2 ชั้น ชั้นล่างสูง 1.35 เมตร ยาวด้านละ 21.60 เมตร ยกเว้นด้านใต้ยาว 22.10 เมตร มีบันไดขึ้นทางด้านใต้สองข้าง และสร้างพระระเบียงชั้นทักษิณโดยรอบพระพุทธปรางค์ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง

    สมัยเจ้าอาวาสรูปที่ 10 ในปี พ.ศ.2483 ได้แก้บัวฐานพระพุทธปรางค์ และรื้อกำแพงแก้วที่ฐาน ปีต่อมาก็สร้างกำแพงคอนกรีตล้อมเขตพระพุทธปรางค์ด้านตะวันตกออก และสร้างพระเจดีย์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ฐาน 2 เมตร สูง 5 เมตร จำนวน 5 องค์ ไว้ในบริเวณพระพุทธปรางค์

    ต่อมาในปี พ.ศ.2485 ได้สร้างสายล่อฟ้าบนพระพุทธปรางค์ ลาดปูนลานพระพุทธปรางค์ พร้อมทั้งสร้างศาลประดิษฐานรูปหล่อเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และศาลาโถงสำหรับเป็นที่บำเพ็ญกุศลเป็นครั้งคราว และในปี พ.ศ.2486 ได้สร้างศาลาจตุรมุขบริเวณพระพุทธปรางค์ สำหรับผู้เข้ามาไหว้สักการะรูปหล่อเจ้าพระยาบดินทรเดชา
มณฑปพุทธบาท
พระพุทธปรางค์
พระวิหาร



ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ 225 ถนนจักวรรดิ แขวงจักวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
โทรศัพท์ 0-2622-9085
รถประจำทาง สาย 1, 3, 4, 5, 7, 7ก, 8, 9, 10, 21, 25, 35, 37, 40, 42, 48, 49, 53, 56, 73, 73ก, 85, 82, 159, 169, 170, 172, 204, 508
เรือโดยสาร

- เรือด่้วนเจ้าพระยา : ท่าราชวงศ์
- เรือข้ามฟาก : ท่าดินแดง - ราชวงศ์

เวลาทำการ - บริเวณวัด : ทุกวัน เวลา 06.00 - 18.00 น.
- โบสถ์ : ทุกวัน เวลา 08.00 - 18.00 น.
ที่จอดรถ ภายในวัีด และที่รับจอดรถริมถนนจักรเพชร
การถ่ายรูป สามารถถ่ายรูปได้
สถานที่ใกล้เคียง สำเพ็ง, เยาวราช, วัดบพิตรภิมุข, ศาลเจ้าแม่ทับทิม, สะพานพระปกเกล้า, วังบูรพา, พาหุรัด, สะพานพุทธ
แผนที่ คลิกดูแผนที่ตั้งของวัดจักรวรรดิราชาวาส
จำนวนคนอ่าน 4660 คน

 
พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดพิชัยญาติการาม
พิพิธภัณฑ์หินแปลก
วังสระปทุม
ถนนราชดำเนิน
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved