ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | ศิลปวัฒนธรรม - กีฬา
   

ความหมายและความสำคัญของวิทยาศาสตร์กับการกีฬา
   

การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาตร์ มาประยุกต์ใช้กับการออกกำลังกาย หรือ การเล่นกีฬา ซึ่งนอกจากจะทำให้เราเข้าใจถึงหลักการทางวิทยาศาตร์แล้ว ยังช่วยพัฒนาความสามารถทั้งทางด้านเทคนิคและทักษะทางการกีฬาในทุกประเภท โดยเฉพาะชนิดกีฬาที่เราให้ความสนใจก็จะยิ่งทำได้ดีมากขึ้น คำว่า "เรียนดี กีฬาเด่น สุขภาพจิตแจ่มใส" ไม่ไกลเกินเอื้อม ถ้าเรารู้จักนำวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ร่วมกับการเล่นกีฬา

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักถึงเทคนิคและวิธีการของ วิทยาศาสตร์ กับ การกีฬา ว่าจะนำมาใช้ผสมผสานในรูปแบบไหน ลองมาดูกันก่อนว่าวิทยาศาสตร์การกีฬามีความหมายและความสำคัญอย่างไร

วิทยาศาสตร์การกีฬา (Sports science) หมายถึง การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ "ร่างกาย" เช่น วิชากายวิภาคศาสตร์ หรือวิชาสรีรวิทยา เรื่องของ "จิตใจ" เช่น วิชาจิตวิทยา และความรู้ทางด้าน "การปฐมพยาบาล" มาประยุกต์ใช้กับการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย


ความสำคัญของวิทยาศาสตร์การกีฬา


โดยเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาให้ "นักกีฬา" มีศักยภาพและสมรรถภาพ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศจนถึงความเป็นนักกีฬาอาชีพ กล่าวคือ ช่วยให้ผู้ที่เล่นกีฬาสามารถเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ ได้ดีขึ้นจนอาจถึงขั้นเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ใหกับตัวเองได้เลย ยกตัวอย่างนักกีฬาอาชีพของไทยที่ประสบความสำเร็จ เช่น ภารดร ศรีชาพันธุ์ (นักเทนนิส) และ ธงชัย ใจดี (นักกอล์ฟ) นอกจากพรสวรรค์และการทุ่มเทในการฝึกซ้อมแล้ว การใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในส่วนของการกินอาหาร การดูแลสภาวะของจิตใจ และการดูแลสภาวะของร่างกาย เพื่อความพร้อมหรือเมื่อได้รับบาดเจ็บ ล้วนมีส่วนช่วยให้นักกีฬาสามารถทำผลงานได้ดีถึงดีขึ้น จะเห็นได้ว่าประเทศต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในด้านกีฬา รวมทั้งนักกีฬาอาชีพระดับโลกต่างให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาไปใช้ ไม่ใช่เฉพาะในวงการกีฬาหรือสถาบันการศึกษา บุคคลทั่วไปก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้




การนำวิทยาศาสตร์การกีฬาไปใช้ เช่น

  • การวิเคราะห์ว่าการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาแบบใด จึงจะเหมาะกับเพศ วัย หรือสภาพร่างกายของแต่ละคน เช่น เด็กหญิงและเด็กชายที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ควรเล่นกีฬาคนละแบบ เด็กหญิงเล่นกีฬาเพื่อส่งเสริมทรวดทรงให้งดงาม ส่วนเด็กชายเล่นกีฬาได้เหมือนผู้ใหญ่แต่ต้องลดความหนักและความรุนแรงลงบ้าง


  • การคัดเลือกนักกีฬาที่เหมาะสมกับชนิดของกีฬา เช่น การทดสอบสมรรภาพทางกายของนักกีฬาแบดมินตัน ด้วยเครื่องวัดแรงบีบมือเพื่อทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพราะนักกีฬาแบดมินตันจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อบริเวณมือและแขนตลอดเวลา


  • วิธีการที่จะทำให้การแข่งกีฬาประสบผลสำเร็จสูงสุด ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า นักกีฬาที่ไม่มีจิตใจที่จะแข่งขัน หรือเกิดภาวะความกดดัน นักจิตวิทยาสามารถเข้าไปช่วยในเรื่องการฝึกสมาธิ ฝึกจิตใจให้เข้มแข็งไม่ตื่นเต้นง่าย


  • การนำวิชาทางด้านโภชนาการ มาใช้เพื่อที่จะทำให้เราทราบว่าอาหารใดที่ช่วยทำให้นักกีฬาแข็งแรงขึ้น หรือจะสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอย่างไรโดยไม่บาดเจ็บเสียก่อน


  • การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง โดยทราบหลักการรักษาพยาบาลเบื้องต้นเมื่อนักกีฬาได้รับบาดเจ็บ ว่าทำอย่างไรให้อาการบาดเจ็บน้อยลง และกลับมาเล่นกีฬาได้เร็ว มีสมรรถภาพเหมือนเดิม เป็นต้น
ที่มาข้อมูล : http://www.sat.or.th/
จำนวนคนอ่าน 21614 คน

 
ฟุตบอลโลกครั้งที่ 18 (เยอรมนี ค.ศ.2006) : เกมรับที่เหนียวแน่นพาอิตาลีสู่แชมป์
ฟุตบอลโลกครั้งที่ 17 (เกาหลีใต้/ญี่ปุ่น ค.ศ.2002) : 3R พาบราซิลคว้าแชมป์
ฟุตบอลโลกครั้งที่ 16 (ฝรั่งเศส ค.ศ.1998) : แชมป์หน้าใหม่ที่แดนน้ำหอม
ฟุตบอลโลกครั้งที่ 15 (สหรัฐอเมริกา ค.ศ.1994) : ลีลาแซมบ้าอันตราตรึงใจ
ฟุตบอลโลกครั้งที่ 14 (อิตาลี ค.ศ.1990) : แชมป์สมัยที่สามของเยอรมนีตะวันตก
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved