ข่าวประจำวัน
เรื่องน่ารู้
เที่ยวทั่วกรุง
ศิลปะ - กีฬาฯ
Books
Person
นิทานและเกมส์
คำถามประจำวัน
 

 
หน้าแรก | ศิลปวัฒนธรรม - กีฬา
   

โขนกลางแปลง
   


รามเกียรติ์ ตอน สหัสเดชะยกทัพ

การแสดงโขนประเภทนี้จะจัดแสดงกันบนพื้นดินกลางสนามหญ้า โดยไม่ต้องปลูกโรงให้เล่น สันนิษฐานว่า โขนกลางแปลงเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และโขนกลางแปลงก็คงจะเป็นแบบแรกที่คิดขึ้น ก.ศ.ร.กุหลาบ กล่าวไว้ว่า สมัยกรุงศรีอยุธยามีการแสดงโขนกลางแปลง 2 ครั้ง ครั้งแรกแสดงในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ 23 พรรษา ในปีวอก จุลศักราช 838 ตรงกับ พ.ศ.2029 เป็นพระราชพิธีสะเดาะพระเคราะห์ มีมหรสพตอน หิรันต์ยักษ์ม้วนแผ่นดิน แต่การแสดงในครั้งนั้นจะแสดงในรูปแบบของละครหรือโขนไม่ปรากฏแน่ชัด ถ้าเป็นการแสดงโขนก็น่าจะเป็นโขนกลางแปลง อีกครั้งหนึ่งจัดแสดงในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดให้มีโขนกลางแปลงขึ้นเพื่อทำขวัญเจ้าพระยาวิชเยนทร์ เนื่องจากเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ถูกหลวงสรศักดิ์ชกปากถึงกับฟันหัก 2 ซี่ ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ.2339 โปรดให้มีการแสดงโขนกลางแปลง ในงานฉลองพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมชนกาธิราช ดังกล่าวในพระราชพงศาวดารว่า

แสดงบนสนามหญ้ากว้างขวาง

    "ในการมหรสพสมโภชพระบรมอัฐิครั้งนั้น มีโขนชักลอกโรงใหญ่ทั้งโขนวังหลวงและวังหน้า และประสม โรงเล่นกันกลางแปลง จัดแสดงในตอนที่ทศกัณฐ์ยกทัพกลับสิบขุนสิบรถ โขนวังหลวงเป็นทัพพระรามยกไป แต่ทางพระบรมมหาราชวัง โขนวังหน้าเป็นทัพทศกัณฐ์ ยกออกจากพระราชวังบวรฯ มาเล่นรบกัน ในท้องสนามหน้าพลับพลา ถึงมีปืนบ่าเหรี่ยมรางเกวียนลากออกมายิงกันดังสนั่นไป"
โขนกลางแปลง นิยมแสดงแต่การยกทัพและรบกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะสนามกว้างเหมาะที่จะแสดงชุดที่มีตัวแสดงมากๆ เช่น กองทัพยักษ์และกองทัพวานรออกมารบกัน ปี่พาทย์ที่บรรเลงประกอบการแสดงโขนชนิดนี้ ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีเพียงวงที่เรียกว่า เครื่องห้า ประกอบด้วย ปี่กลาง ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน กลองพัดและฉิ่ง กลองทัดที่ใช้ตีประกอบการแสดงโขนในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีเพียงลูกเดียวเพิ่งจะมาเพิ่มเป็น 2 ลูก ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นี่เอง วงปี่พาทย์ที่บรรเลงประกอบการแสดงโขนกลางแปลงจะต้องมี 2 วงเป็นอย่างน้อย โดยจะปลูกเป็นร้านยกขึ้นเป็นที่ตั้งวงปี่พาทย์อยู่ใกล้ทางฝ่ายยักษ์วงหนึ่ง ทางฝ่ายมนุษย์วงหนึ่ง การที่ต้องปลูกเป็นร้านยกขึ้นให้สูงกว่าพื้นดินนั้น เพื่อให้ผู้บรรเลงปี่พาทย์ได้แลเห็นตัวโขนในระยะไกล และเนื่องจากบริเวณที่ใช้แสดงกว้างใหญ่มาก การใช้ปี่พาทย์เพียงวงเดียวเสียงที่บรรเลงก็คงจะได้ยินไม่ทั่วถึงกันทั้งบริเวณ และมีทางเป็นไปได้ว่า วงปี่พาทย์ที่บรรเลงประกอบการแสดงโขนกลางแปลงในสมัยอดีต น่าจะต้องมีมากกว่า 2 วง เมื่อตัวโขนแสดงไปใกล้วงใด วงนั้นก็บรรเลง

ปัจจุบันการแสดงโขนกลางแปลงไม่จำเป็นต้องมีวงปี่พาทย์หลายวงอีกแล้ว เพราะสามารถใช้เครื่องขยายเสียงให้ดังไปทั่วสนามได้ การดำเนินเรื่องใช้การพากย์เจรจาไม่มีขับร้อง แต่ในสมัยปัจจุบันกรมศิลปากรปรับปรุงการแสดงโขนกลางแปลงเสียใหม่ โดยนำเอาศิลปะการแสดงโขนแบบโขนโรงในและโขนหน้าจอ คือ มีการจับระบำรำฟ้อนและมีเพลงร้องเข้าประกอบมาแสดงกลางสนามตามแบบอย่างของการแสดงโขนกลางแปลง
ที่มาข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรมแห่งชาติ (2542) ศิลปะการแสดงของไทย กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมการศาสนา กรมศาสนา
www.finearts.go.th
จำนวนคนอ่าน 14929 คน

 
ขันหมากเบ็ง
ขันโตก
"สมณศักดิ์" ของพระสงฆ์ไทย
"บุญคูณลาน" สู่ขวัญข้าวชาวอีสาน
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า "บุญ"
 
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved